Soul อัศจรรย์วิญญาณอลเวง


การระบาดของเชื้อไวรัส COVID 19 ที่ยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้นการตัดสินใจดังกล่าวก็ถือว่าพอเข้าใจได้แต่กระนั้นสำหรับเมืองไทยหนังยังได้สิทธิ์ฉายโรงอยู่แต่การโปรโมตก็นับว่าน้อยมากจนกลัวหลาย ๆ คนไม่ได้ดู ผมจึงขออนุญาตป่าวประกาศความดีงามของหนังในรีวิวฉบับนี้แบบไม่มีกั๊กเลยแล้วกัน

โจ (เจมี ฟ็อกซ์) ครูสอนดนตรีต็อกต๋อยผู้รักดนตรีแจ๊สเป็นชีวิตจิตใจและในวันหนึ่งที่เขาได้เข้าใกล้ความฝันด้วยการได้รับเลือกให้เป็นมือเปียโนประจำวงแจ๊สชื่อดังทว่าด้วยความโชคร้ายเขากลับประสบอุบัติเหตุไปก่อนเวลาอันควร จนวิญญาณของเขาได้ระเห็จไปยังหนทางสู่ปรโลกแต่เขาก็สามารถหนีโชคชะตามาได้แต่ดันไปโผล่ในดินแดนก่อนโลกและถูกเข้าใจผิดว่าเป็นวิญญาณพี่เลี้ยงจนได้จับคู่กับหมายเลข 22 (ทีนา เฟย์) ดวงวิญญาณอนุบาลที่ไม่อยากไปเกิดเป็นมนุษย์ ทั้งสองจึงทำข้อตกลงกันว่าหากโจสามารถทำให้หมายเลข 22 หาเป้าหมายและได้สิทธิ์ไปเกิดบนโลกโจจะได้รับสิทธิ์กลับสู่ร่างตัวเอง แล้วการผจญภัยของทั้งสองก็เริ่มขึ้น

ขอสารภาพก่อนเลยว่าเนื้อเรื่องที่เพิ่งเขียนไปยังไม่ได้เล่าเรื่องราวเกินกว่า 30% เลยครับเพราะอยากให้ทั้งคนไปเสพความดีงามของหนังกันในโรงด้วยตัวเองแต่เอาแค่เรื่องราวที่ผมเขียนไปกับที่เราเห็นในตัวอย่างหนังแค่นี้ก็ทำให้เห็นแล้วว่า Pixar นี่ไม่เคยสิ้นไร้ไอเดียเจ๋ง ๆ จริง ๆ และลำพังแค่เรื่องการตามหาตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ของพีต ด็อกเตอร์ผู้กำกับ UP และ Inside Out ก็ทำให้เราอึ้งแล้วคราวนี้ลีลาการเล่ายังข้ามเส้นความเป็นแอนิเมชันเมนสตรีมแบบสมควรปรบมือให้ สามารถดูได้ที่ ดูหนังออนไลน์
โดยประการแรกเลยคือพีต ด็อกเตอร์ที่คราวนี้ขอดันเคมป์ เพาเวอร์สมาเขียนบทและกำกับร่วมได้สร้างโลกของวิญญาณ ชีวิตก่อนและหลังความตายได้น่าสนใจมากที่สำคัญคือมันเกินจากสิ่งที่ศาสนาพร่ำบอกแค่เรื่องความดีความชั่วแต่มันตั้งคำถามระดับอภิปรัชญาอย่าง เราเกิดมาทำไม? ได้ชวนคิดและคล้อยตามมากซึ่งในหนังทั่วไปโจอาจถูกปฏิบัติประหนึ่งฮีโร่ที่ล่าฝันและเอาชนะความตายกลายเป็นนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จ

ตรงกันข้ามเลย…แอบบอกให้นิดนึงว่าหนังให้โอกาสโจได้กลับมายังโลกจริงนะครับแต่เชื่อไหมว่าคนดูได้กลายเป็นฝั่งที่ได้เรียนรู้พร้อมกับโจ และหลายอย่างที่นำเสนอก็สั่นคลอนความเชื่อและคติเดิมในการใช้ชีวิตอยู่ไม่น้อย ผมยังจำซีนในร้านตัดผมได้ชัดเจนมากบทหนังให้โจไปเจอเพื่อนเก่าที่ต้องมาเป็นช่างตัดผมและคำตอบของคำถามที่ว่าคนเราชีวิตจะมีความหมายไหมถ้าเราไม่ได้ทำตามความฝันนี่มันเหนือความคาดหมายจริง ๆ และแน่นอนว่ามันส่งผลต่อการมองโลกของตัวละครทั้งสองและคนดูอย่างเราเข้าจัง ๆ

ประการต่อมาขอขยายจากข้อแรกว่าด้วยโลกหลังความตายอันนี้แม้ผิวเผินมันจะเหมือนแอบลอกการบ้านงานเก่าอย่าง Inside Out มาบ้างแต่ด้วยองค์ประกอบและการลำดับการเล่าเรื่องชั้นเซียนมันกลับทำให้เราคล้อยตามและชวนคิดมากเพราะคราวนี้แทนที่จะสร้างทุกอย่างออกมาเป็น 3 มิติเราเริ่มเห็นการออกแบบคาแรกเตอร์ที่ดูเป็นนามธรรมมากขึ้นโดยอาศัยโครง ๆ จากศิลปะแนวแอ็บสแตร็ก (Abstract) ที่ลดทอนเหลือแค่เส้นสาย(จากภาพที่ออกมาเหมือนได้แรงบันดาลใจจากแนว Cubism ของ Picasso)

ซึ่งแทนที่เราจะรู้สึกว่าการออกแบบคาแรกเตอร์ที่เป็นเส้น ๆ แบบนี้ดูลวก ไม่ตั้งใจวาด มันกลับทำให้เรามองเห็นความรัดกุมของบทอันว่าด้วยโลกหลังความตายและการพูดถึงนามธรรมและสิ่งสมมติได้อย่างลึกล้ำ เอาเป็นว่าต่อให้คุณไม่เคยสนใจปรัชญาการดูหนังเรื่องนี้ก็จะทำให้ได้คุ้นเคยและไม่แปลกแยก

ส่วนใครที่เชี่ยวชาญหรือสนใจด้านปรัชญาอยู่แล้วก็จะไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยแหละจะมีข้อเสียอยู่บ้างก็ตรงที่เรื่องราวและลีลาการเล่าเรื่องของมันอาจจะยิ่งห่างไกลจากการเป็นแอนิเมชันสำหรับเด็กออกไปทุกที
ประการสุดท้ายนอกจากงานภาพและบทภาพยนตร์แล้ว งานเพลงของหนังก็นับว่ากล้าและท้าทายคนดูแอนิเมชันค่ายปราสาทและโคมไฟไม่น้อยเพราะคราวนี้พีต ด็อกเตอร์เลือกใช้บริการ เทรนซ์ เรซเนอร์ และ แอตติคัส รอส จากวง Nine Inch Nails ซึ่งโด่งดังจากการทำเพลงให้หนัง The Social Network ของเดวิด ฟินเชอร์ ซึ่งคราวนี้มันก็ช่วยให้เรื่องราวของ SOUL ในส่วนที่เป็นโลกหลังความตายยิ่งลึกล้ำและภาคดนตรีของพวกเขาก็เสริมส่งบรรยากาศของโลกดังกล่าวให้ยิ่งสมบูรณ์และเปี่ยมความหมายมากขึ้น
เอาล่ะแม้เราจะขึ้นต้นว่าเราจะอวยหนังเรื่องนี้แบบไม่ลืมหูลืมตาแต่หากจะให้หาข้อเสียมันก็ยังพอเห็นได้อยู่บ้างนะครับเช่นการที่หนังเปิดประเด็นเรื่องความรักของโจไว้แต่ไม่สานต่อหรือเรื่องราวในอาชีพครูดนตรีที่เชื่อว่าถ้าพีต ด็อกเตอร์จะทำหนังสั้นอีกซักเรื่องเกี่ยวกับโจในฐานะครูดนตรีเราก็ไม่ขัดข้องเลยแหละเพราะบอกได้เลยว่าการได้ดูเรื่องราวของครูโจแม้ช่วงสั้น ๆ ตอนต้นของหนังมันก็ “ดีต่อใจ” ไม่แพ้เรื่องราวส่วนที่เหลือเลย

เกร็ดน่ารู้หนัง Soul อัศจรรย์วิญญาณอลเวง

• ผู้กำกับ พีท ด็อกเตอร์ กำกับ Monsters, Inc. (ปี 2001) รวมถึงแอนิเมชั่นรางวัลออสการ์ UP (ปี 2009) และ Inside Out (ปี 2015) และเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายครีเอทีฟที่ พิกซาร์ แอนิเมชั่น สตูดิโอส์ อีกด้วย

• จอน บาทิสต์ นักดนตรีชื่อดังระดับโลก จะเขียนเพลงแจ๊สที่แต่งขึ้นใหม่ให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ นักประพันธ์เจ้าของรางวัลออสการ์ เทรนท์ เรซเนอร์ และแอทติคัส รอส (เดอะ โซเชียล เน็ทเวิร์ค) จากวง ไนน์ อินช์ เนลส์ จะแต่งดนตรีประกอบภาพยนตร์ที่จะล่องลอยระหว่างโลกเห็นความจริงและโลกแห่งจิตวิญญาณ

Soul : ชีวิตคือการใช้ชีวิต

ผลงานการกำกับและเขียนบทเรื่องที่ 3 ของ Pete Doctor โดย 2 เรื่องก่อนหน้าคือ Up (2009) และ Inside out (2015) ผลงาน Animation ของ Pete มักแฝงแง่คิดที่ลึกซึ้งกว่า Animation ทั่วไปเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการก้าวผ่านความเศร้าโศกและการเลิกยึดติดกับคนรักที่ตายจากกันไปใน Up (ซึ่งมีฉากเปิดเรื่องที่เล่าความรักของคุณปู่และคุณย่าได้อย่างลึกซึ้ง และถือเป็นหนึ่งในฉากเปิดเรื่องที่ดีที่สุดตลอดกาล โดยนับรวมถึงหนังทั่วไปที่ไม่ใช่ Animation ด้วย) หรือ การจัดการกับอารมณ์เก็บกดอัดอั้นของวัยรุ่นใน Inside out และในผลงานล่าสุด Soul นั้น Pete จับเอาประเด็นปรัชญาที่มนุษย์ทุกคนต้องเคยสงสัยว่า เราเกิดมาทำไม และ ความหมายของการดำรงชีวิต

Soul เล่าเรื่องของ Joe ครูฝึกสอนดนตรีวัยกลางคนที่มีความฝันอันแน่วแน่ว่าอยากเป็นนักดนตรี Jazz วันนึงฝันของ Joe ก็เป็นจริงเมื่อเค้าผ่านการ audition จนได้รับโอกาสแสดงร่วมวงกับนักดนตรี Jazz ชื่อดัง แต่แล้ว เค้ากลับประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในเช้าวันที่เค้าได้ข่าวดีนั้นเอง โดยที่ยังไม่เคยมีโอกาสได้แสดงดนตรีเลยซักครั้ง วิญญาณของ Joe ดิ้นรนหลีกหนีจากปรโลกจนไปสู่ภพภูมิที่มีวิญญาณใหม่รอไปจุติในโลก โดย Joe ได้ทำหน้าที่พี่เลี้ยงของวิญญาณหมายเลข 22 ในการหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ซึ่งวิญญาณรอจุติทุกดวงจะต้องหาสิ่งนี้ให้เจอ มิเช่นนั้นจะไปจุติไม่ได้

แม้ Soul จะเป็น Animation rate PG ทั่วไปที่เด็กดูได้ และมีองค์ประกอบตามสูตร Pixar Animation ทั่วไปคือ มีการ set up โลกแบบใหม่ให้ได้ show งาน Visual มีตัวละครตลก และมีการผจญภัยของคู่หูที่มีนิสัยต่างกันในการทำภารกิจบางอย่าง แต่ผมคิดว่าผู้ชมที่คาดหวังความบันเทิงแบบ Pixar Animation อาจจะผิดหวัง เพราะ Soul เล่าเรื่องแบบหนังจริงจริง ลดความฉูดฉาด โดยเฉพาะฉาก action ผจญภัยทำภารกิจตามหาอะไรบางอย่าง ที่มีน้อยมากผิดปกติ แต่ Soul เล่าเรื่องแบบสุขุม ไม่ขยี้อารมณ์มากนัก และให้ผู้ชมได้รับสารที่หนังต้องการสื่อเอาเอง ซึ่งผมว่ามันเหมาะกับแก่นสารที่หนังต้องการนำเสนอ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยว่าหนังอาจจะไม่เหมาะกับแฟน Animation ทั่วไป แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันทรงพลัง และ ตราตรึง กว่า Animation เรื่องอื่นอื่นแน่นอน เป็น Animation ที่เมื่อดูแล้วจะช่วยคุณเยียวยาจิตใจ และ ทำให้เรารู้สึกดี ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในโลกยุค COVID19 นี้

ผมอยากจะเล่าต่อถึงแก่นสารที่ Soul นำเสนอแต่ว่ามันก็จะเป็นการ Spoil เนื้อเรื่องไปด้วย จึงอยากขอเตือน Spoiler Alert

ในโลกเรานี้ผมว่ามีคนอยู่ 2 แบบ คือ คนแบบ Joe และคนแบบวิญญาณหมายเลข 22 คนแบบ Joe คือคนที่มี Passion, Goal ในชีวิตที่แน่นอน รู้เลยว่าตัวเองต้องการทำอะไร ส่วนคนแบบวิญญาณหมายเลข 22 คือคนที่ใช้ชีวิตโดยไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร หรือ passion, เป้าหมายของชีวิตก็ไม่เป็นรูปธรรม ซึ่งผมว่าคนส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ รวมทั้งตัวผมเองด้วย

ได้ให้คำตอบต่อคำถามว่า ชีวิตคืออะไร และ เราเกิดมาทำไม ให้กับคนทั้ง 2 แบบ ครับ

คนแบบ Joe นั้น เราสามารถแตกได้เป็นอีก 2 แบบ คือคนที่สามารถไปถึงเป้าหมายได้แบบ Joe ที่ในที่สุดก็สามารถ audition ผ่านได้ทำตามความฝันสำเร็จ แต่แล้ว Joe ก็ได้ประจักษ์ว่าแล้วยังไง ในวันที่บรรลุเป้าหมาย Joe เคยคิดว่าเค้าจะรู้สึกสุดยอด อิ่มเอม แต่เค้ากลับได้พบเจอว่า มันก็แค่อีกวันนึง ที่เค้ายังต้องกลับบ้านไป apartment หลังเดิม ด้วย subway โทรมโทรมขบวนเดิม ยังได้แสดงภาพของคนแบบ Joe อีกประเภทที่ยึดติด หมกหมุ่นกับเป้าหมายชีวิตมาก ดิ้นรนไปสู้เป้าหมายนั้น แต่ก็ยังไปไม่ถึงซักที จนลืมใช้ชีวิตในรูปแบบ ที่เร่ร่อนในอีกภพภูมิ lost soul เหล่านี้แม้บางคนยังไม่ตาย แต่ก็ใช้ชีวิตเหมือนคนที่ตายไปแล้ว เพราะวันวันเอาแต่ยึดติดกับเป้าหมายมากเกินไป

คนแบบวิญญาณหมายเลข 22 ก็มีทุกข์เช่นกัน เพราะการใช้ชีวิตโดยไม่มีเป้าหมายไปเรื่อยเรื่อย วันนึงเราก็จะรู้สึกไร้ค่าและสงสัยว่าเราเกิดมาทำไม

+ There are no comments

Add yours