เมล็ดพันธุ์หลากคุณประโยชน์ Buckwheat ยอดฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ


Buckwheat หรือบักวีต เป็นเมล็ดพืชยอดฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะประกอบไปด้วยแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระหลากชนิด หลายคนจึงเชื่อว่าการรับประทานบักวีตอาจส่งผลดีต่อสุขภาพหลายด้าน เช่น ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดระดับคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต หรือลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ เป็นต้น
แม้ Buckwheatเป็นธัญพืชชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจากข้าวสาลี หรือ ข้าวโพด แต่อันที่จริงแล้วเมล็ดพืชชนิดนี้ไม่ใช่ธัญพืช ทว่าผู้บริโภคสามารถนำมารับประทานได้ในรูปแบบเดียวกันกับธัญพืชทั่วไป ทำให้ Buckwheatถูกจัดอยู่ในตระกูลธัญพืชเทียม (Pseudocereals) เช่นเดียวกับควินัวหรือเมล็ดผักโขม
โภชนาการของ Buckwheat
Buckwheat จัดเป็นเมล็ดพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยบักวีตดิบ 100 กรัม จะให้พลังงานทั้งหมด 343 แคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ดังนี้
แมกนีเซียม (Magnesium)
แมกนีเซียม ช่วยสังเคราะห์โปรตีนให้ร่างกาย และ เป็นโคเอนไซม์ที่สำคัญที่สุดชนิดหนึ่ง ในร่างกายที่จะทำงานร่วมกับ แคลเซียม อันเป็นประโยชน์ ต่อการทำงานในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย แมกนีเซียม ยังช่วยให้การผลิตฮอร์โมนต่าง ๆ เป็นปกติ มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ ระบบกล้ามเนื้อและเซลล์ต่าง ๆ มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร ระบบสืบพันธุ์ ระบบเลือด และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
เลซิติน (lecithin)
เป็นสารช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ยอดเยี่ยม เพราะ เลซิตินดูดซับคอเลสเตอรอล “เลวร้าย” และป้องกันไม่ให้มันจากการถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด เลซิตินมีสภาพเป็นกลางช่วยขับสารพิษและทำความสะอาดระบบน้ำเหลืองและของเสียจากตับ นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าบริโภคอาหารที่มีเลซิตินเป็นประจำช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความวิตกกังวล, ซึมเศร้า, สมองเหนื่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรดอะมิโน
กรดอะมิโนจำเป็นสารอาหารร่างกายสร้างเองไม่ได้ ช่วยซ่อมแซมอวัยวะที่ซึกหรอต่างๆ โดยสารจำเป็นที่ใช้ในการแบ่งตัว เพิ่มจำนวนเซลล์ รวมทั้งการสร้างเอนไซม์ (EnZyme) ที่มีบทบาทต่อการทำงานทุกขั้นตอนของร่างกาย
วิตามิน A
ช่วยบำรุงสายตา และแก้โรคตามัวตอนกลางคืน ช่วยให้กระดูก ผม ฟัน และเหงือกแข็งแรง สร้างความต้านทานให้ระบบหายใจ ช่วยสร้างภูมิชีวิตให้ดีขึ้น และทำให้หายป่วยเร็วขึ้น ช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ลดการอักเสบของสิว และช่วยลบจุดด่างดำ ช่วยบรรเทาโรคเกี่ยวกับไทรอยด์
วิตามิน B
ช่วยเสริมสร้างสารสื่อประสาทสมอง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงสมอง ระบบความจำโดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือผู้ที่อยู่ในสภาวะเครียด คอเลสเตอรอลสูง บรรเทาสิวชนิดผื่นแดง ช่วยสร้างภูมิต้านทานและเซลล์เม็ดเลือด รวมทั้งบรรเทาอาการทางระบบประสาท รักษาสภาพผิวหนังให้เป็นปกติ หากขาดจะมีอาการอ่อนเพลีย ชาปลายมือ-เท้า ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานดีขึ้น
วิตามิน C
เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง มีบทบาทสำคัญในการสร้าง คอลลาเจน เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายเส้นเอ็น และคอลลาเจน วิตามินซีช่วยให้ร่างกายดูดซึม ธาตุเหล็ก ได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ชะลอความแก่

เมล็ดบัควีท

สารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในบักวีต
  • รูติน ส่งผลดีต่อร่างกายในหลายด้าน โดยคาดว่าช่วยลดการอักเสบ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด และลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้
  • เควอซิทิน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในพืช เชื่อว่าสารนี้มีคุณสมบัติช่วยลดการเกิดมะเร็งและโรคหัวใจ
  • ไวเทกซิน ในปัจจุบันมีงานวิจัยพบว่าสารชนิดนี้ส่งผลดีต่อร่างกายหลายประการ แต่การได้รับสารไวเทกซินในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้ต่อมไทรอยด์มีขนาดใหญ่ขึ้นได้
Buckwheat มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายจริงหรือ ?
สารสำคัญต่าง ๆ ที่พบในบักวีตทำให้เชื่อว่าบักวีตอาจดีต่อสุขภาพร่างกายด้านต่าง ๆ รวมถึงอาจมีประสิทธิภาพป้องกันการเกิดโรคบางอย่างได้ จึงมีการค้นคว้าเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของบักวีตในแง่มุมต่าง ๆ ไว้ ดังนี้
ลดระดับน้ำตาลในเลือด
แม้บักวีตจะมีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบหลัก แต่ก็เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดที่สามารถย่อยได้ง่าย และไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นมากนัก นอกจากนั้น ยังเชื่อด้วยว่าสาร D-Chiro Inositol ในบักวีตอาจมีคุณสมบัติช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ซึ่งอาจดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วย
โดยมีงานวิจัยหนึ่งได้ศึกษาคุณสมบัติของบักวีตในการรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดสูง จากการเก็บตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครที่รับประทานบักวีตเป็นอาหารหลักจำนวน 961 ราย พบว่าบักวีตอาจช่วยป้องกัน ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ได้ ซึ่งสอดคล้องกับอีกงานวิจัยหนึ่งที่ศึกษาคุณสมบัติของบักวีตในด้านนี้เช่นกัน โดยให้หนูทดลองที่เป็นโรคเบาหวานรับประทานบัควีตสกัดเข้มข้นแล้ววัดระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากผ่านไป 90 และ 120 นาที ผลปรากฏว่าระดับน้ำตาลในเลือดของหนูลดลงกว่า 12-19 เปอร์เซ็นต์
แม้ผลการวิจัยจะเป็นไปในทางบวก แต่งานวิจัยแรกเป็นการเก็บข้อมูลจากประชากรจีน หากนำผลลัพธ์มาประยุกต์ใช้กับคนไทยก็อาจเกิดความคลาดเคลื่อนได้ ส่วนอีกงานวิจัยหนึ่งก็เป็นการทดลองกับสัตว์ซึ่งไม่อาจเปรียบเทียบผลชัดเจนกับมนุษย์ได้ จึงจำเป็นต้องมีการค้นคว้ากับกลุ่มทดลองขนาดใหญ่ที่เป็นมนุษย์เพิ่มเติมต่อไป เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของบักวีตในด้านนี้ให้แน่ชัด
ลดคอเลสเตอรอล ภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูงอาจเป็นอันตรายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยที่กำลังเผชิญภาวะนี้จึงอาจมีความเสี่ยงต่อ โรคหัวใจสูง ซึ่งใน ปัจจุบันมีงานวิจัยหลายชิ้นศึกษาคุณสมบัติของบักวีตในด้านนี้ พบว่าการรับประทานบักวีตอาจช่วยลดระดับคอเลสตอรอล รวมถึงอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภค ก็ควรรับประทานบักวีต ด้วยความระมัดระวังเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
ข้อควรระวังในการรับประทาน Buckwheat
โดยปกติการรับประทานบักวีตในปริมาณที่พอเหมาะนั้นไม่ส่งผลเสียหรือเป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่หากรับประทานบักวีตปริมาณมากติดต่อกันเป็นประจำ อาจเกิดอาการแพ้บักวีตได้ ซึ่งส่งผลให้ผิวหนังมีผื่นแดง อวัยวะส่วนต่าง ๆ เกิดอาการบวม หรือระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ดังนั้น หากพบอาการรุนแรงหลังรับประทานบักวีต ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดภาวะช็อก ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

+ There are no comments

Add yours