ไอเรื้อรัง .. ทำอย่างไรถึงจะหาย? คนที่ไอบ่อย ๆ ต้องอ่านเพราะอาจเป็น


แม้ว่าอาการไอส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่อาการไอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการ ไอเรื้อรัง อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้ ยกตัวอย่างเช่น ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าจะมีโรคที่เป็นอันตรายร้ายแรงซ่อนอยู่ ทำให้เป็นที่รำคาญหรือเป็นที่รังเกียจของผู้อื่น รวมถึงอาจเป็นการแพร่เชื้อโรคไปสู่ผู้อื่นได้อีกด้วย

อาการไอ คืออะไร?
อาการไอ เป็นปฏิกิริยาตอบสนองอย่างหนึ่งของร่างกายที่มีขึ้นเพื่อกำจัดสารคัดหลั่ง สิ่งระคายเคือง สารแปลกปลอมอื่นๆ และจุลชีพออกจากทางเดินหายใจ การไอประกอบด้วยสามระยะ เริ่มจากการหายใจเข้าเพื่อเพิ่มปริมาตรอากาศและแรงดันในช่องอกและท้อง ส่งผลให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อท้องทำให้เกิดการหายใจออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับการเปิดของกล่องเสียง จึงเกิดเสียงไอพร้อมกับขับเอาสิ่งตกค้างในทางเดินหายใจออกมา

อาการไอ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด ตามระยะเวลา ดังนี้
ไอเฉียบพลัน คือ มีระยะเวลาของอาการไอน้อยกว่า 3 สัปดาห์
ไอกึ่งเฉียบพลัน คือ อาการไอที่มีระยะเวลาระหว่าง 3-8 สัปดาห์
ไอเรื้อรัง คือ มีระยะเวลาของอาการไอมากกว่าหรือเท่ากับ 8 สัปดาห์

ไอเรื้อรัง เกิดจากอะไร?
อาการไอเรื้อรังเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
การรับประทานยารักษาความดันโลหิตสูงกลุ่ม Angiotensin converting enzyme inhibitors (ACE inhibitors) เป็นระยะเวลานาน
โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง แล้วมีน้ำมูกไหลลงคอ
การใช้เสียงมาก ทำให้เกิดสายเสียงอักเสบเรื้อรัง
เนื้องอกบริเวณคอ กล่องเสียง หรือหลอดลม
หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
โรคหืด
วัณโรคปอด
โรคกรดไหลย้อน

ประมาณร้อยละ 85 ของอาการไอเรื้อรัง มักเกิดจากโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง แล้วมีน้ำมูกไหลลงคอ โรคหืด และโรคกรดไหลย้อน
ผู้ป่วยบางรายอาจมีสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรังมากกว่าหนึ่งชนิด การตรวจวินิจฉัยที่อาศัยความร่วมมือจากแพทย์หลายสาขา เช่น แพทย์หู คอ จมูก อายุรแพทย์โรคภูมิแพ้และโรคปอด อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร จะทำให้ค้นหาสาเหตุของอาการไอได้ง่ายขึ้น อ่านเพิ่มเติม

+ There are no comments

Add yours