กระดูกหักและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เรียนรู้กับกระดูกหักและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

โรคฮิตเมื่อถึงเวลาแก่ตัวลง กระดูกหัก เป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับอุบัติเหตุ หกล้ม หรือถูกกระแทกด้วยของแข็งอย่างรุนแรง ทำให้กระดูกแตกออกจากกันเป็นหลายชิ้น โดยบริเวณที่กระดูกมักจะหักได้แก่ กระดูกข้อมือ ไหปลาร้าและสะโพก ซึ่งแม้ว่าจะเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่อาการนี้จะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ

ผู้ที่มีอาการกระดูกหักจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาโดยด่วน แม้ว่าจะไม่ใช่อาการที่รุนแรงถึงชีวิต แต่ก็อาจสร้างความเจ็บปวดได้ไม่น้อย ดังนั้นการสังเกตเห็นถึงอาการอย่างรวดเร็วและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอาจช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้อย่างเหมาะสมก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล ufabet login  อีกทั้งป้องกันอาการรุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม

กระดูกหัก อาการเป็นอย่างไร

ผู้ที่กระดูกหักจะมีอาการดังนี้

  • บวม กดเจ็บหรือมีรอยช้ำ
  • สังเกตเห็นความผิดรูปของกระดูกในบริเวณดังกล่าว เช่น กระดูกขึ้นเป็นตุ่ม งอหรือบิด เป็นต้น
  • อาการเจ็บจะรุนแรงขึ้นเมื่อขยับหรือถูกกดทับ
  • ไม่สามารถออกแรงหรือใช้งานอวัยวะบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ผู้ป่วยที่มีอาการกระดูกหักไม่รุนแรงอาจไม่รู้สึกเจ็บหรือมีอาการอื่น ๆ เกิดขึ้น แต่ในผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจมีบาดแผลเปิด เนื่องจากกระดูกหักจนทิ่มทะลุเนื้อเยื่อและผิวหนังออกมา ซึ่งกรณีที่กระดูกหักอย่างรุนแรง แพทย์จะรักษาด้วยวิธีที่แตกต่างกันกับกรณีที่ไม่มีบาดแผลเปิด

การปฐมพยาบาลและการรักษาเมื่อกระดูกหัก

หากเกิดอุบัติเหตุจนกระดูกหักหรือสงสัยว่ากระดูกหักเกิดขึ้น ผู้ป่วยหรือผู้ให้ความช่วยเหลือสามารถปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ถอดเสื้อผ้าในบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บและไม่ขยับผู้ป่วย โดยเฉพาะเมื่อสงสัยว่าอาจเกิดอาการกระดูกหักหรือกระดูกแตกในบริเวณกะโหลกศีรษะ กระดูกสันหลัง ซี่โครง กระดูกเชิงกรานหรือขาส่วนบน ยกเว้นในกรณีที่จำเป็นต้องขยับเพื่อป้องกันการได้รับบาดเจ็บที่รุนแรงมากขึ้นหรืออยู่ในภาวะอันตราย
  • หากมีบาดแผลควรห้ามเลือดและปิดบาดแผลด้วยอุปกรณ์ที่สะอาด
  • ประคบน้ำแข็งเพื่อบรรเทาอาการปวดและบวม
  • ใช้อุปกรณ์ที่ช่วยประคองหรือดามอวัยวะที่ได้รับบาดเจ็บชั่วคราว เช่น การใช้หมอนรองขาหรือแขนที่กระดูกหัก ใช้ผ้าคล้องแขนพยุงกระดูกแขนหรือไหปลาร้า หรือใช้แผ่นไม้ กระดาษหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารม้วนจนแข็งมาใช้ดามกระดูกชั่วคราวแทนเฝือกได้เช่นกัน
  • หากอยู่ในอาการตกใจ เป็นลม หายใจเร็วหรือหายใจหอบ ควรจัดท่าให้ผู้ป่วยนอนราบและจับขายกขึ้นสูงเพื่อให้ศีรษะอยู่ต่ำกว่าลำตัว
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมร่างกายหากต้องเข้ารับการผ่าตัด
  • หลีกเลี่ยงการนวดในบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บเพราะอาจทำให้อาการกระดูกหักรุนแรงขึ้น ยกเว้นในกรณีที่นักกายภาพบำบัดจะนวดเพื่อช่วยให้มีการไหลเวียนของเลือดเพิ่มมากขึ้น
กระดูกหัก รักษาอย่างไรดี
กระดูกหัก รักษาอย่างไรดี

ในกรณีของ ผู้ป่วยที่กระดูกหัก และมีบาดแผลเปิด เศษกระดูกอาจสร้างความเสียหายต่อหลอดเหลือดบริเวณใกล้เคียงและจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาในห้องผ่าตัดโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้แพทย์จำเป็นต้องทำความสะอาดแผลและจ่ายยาฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

หากผู้ป่วยหมดสติ นอกจาก หยุดหายใจหรือไม่ตอบสนอง เจ็บอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสหรือขยับเพียงเบา ๆ มีเลือดออกมาก กระดูกหรือข้อต่ออยู่ในลักษณะที่ผิดรูป ชาหรือเป็นสีม่วงคล้ำในบริเวณปลายนิ้ว หรือคาดว่ากระดูกหักบริเวณศีรษะ คอ ซี่โครง หรือหลังที่อาจส่งผลให้เกิดอาการเจ็บอย่างรุนแรงในบริเวณหัว หน้าอก สันหลังหรือเชิงกราน ควรนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

กระดูกหักกับวิธีป้องกันที่เหมาะสม

กระดูกหักสามารถป้องกันได้ด้วยการระมัดระวังเพื่อเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บของต่าง ๆ บนพื้นหรือบนบันไดให้เข้าที่ สวมอุปกรณ์ป้องกันอยู่เสมอเมื่อทำกิจกรรมที่ต้องมีการปะทะร่างกายหรือเสี่ยงต่อการบาดเจ็บอย่างการเล่นกีฬา การออกกำลังกายหรือการขับขี่จักรยานยนต์ กินอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก กล้ามเนื้อและช่วยให้ทรงตัวได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะได้รับการปฐมพยาบาลแล้ว ผู้ที่กระดูกหักก็ยังจำเป็นจะต้องได้รับการวินิจฉัยที่เหมาะสมจากแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี หากเกิดความกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงของกระดูกหรือความเสี่ยงของต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แพทย์ตรวจความแข็งแรงของกระดูกหรือจ่ายยาที่จะช่วยชะลอการสูญเสียมวลกระดูกได้อย่างเหมาะสมต่อร่างกายของแต่ละบุคคล

โรคกระดูกพรุนอาจเป็นโรคที่ยอดฮิต เพราะโรคกระดูกพรุน ไม่ใช่เรื่องที่เราควรมองข้าม จากสถิติพบว่าผู้หญิงสามารถเกิดโรคกระดูกพรุนได้มากกว่าผู้ชาย โดยคิดเป็นอัตราส่วน การพบโรคกระดูกพรุนในผู้หญิง 5 คนต่อผู้ชาย 1 คน และช่วงอายุที่พบได้มากที่สุดคือช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป

โรคนี้เป็นโรคที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต อีกทั้งยังทำอาจทำให้กระดูกหักจากอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย เราลองมาดูกันดีกว่าว่าปัจจัยและการป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงมีอะไรบ้าง

ปัจจัยของการเกิดโรคกระดูกพรุนในผู้หญิง
ฮอร์โมน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักโดยเฉพาะช่วงหมดประจำเดือน หรือเฉลี่ยอายุ 50 ปีขึ้นไป มวลกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็ว คิดเป็น 3 – 5% ต่อปี
ประมาณร้อยละ 1 ต่อปี ทำให้ เกิดภาวะกระดูกพรุนและกระดูกหักง่าย การตัดรังไข่ จึงส่งผลเป็นอย่างมากเนื่องจาก ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ทำให้ร่างกายสูญเสีย แคลเซียมจากกระดูก
เชื้อชาติ ชาวต่างชาติที่มีผิวขาวและคนเอเชียมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนได้สูง
ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคกระดูกพรุน
ผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย หรือขยับร่างกายได้น้อย เช่น ผู้ป่วยติดเตียง อุบัติเหตุ-คนที่ต้องใส่เฝือก
การสูบบุหรี่ โดยจะทำให้ประสิทธิภาพในการดูดซึ่มแคลเซียมน้อยลง
การดื่มชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม เพราะในเครื่องดื่มดังกล่าวมีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ โดยตัวคาเฟอีนจะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย และเพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับภาวะกระดูกพรุน
การใช้สเตียรอยด์
การป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนในผู้หญิง
ความหนาแน่นของมวลกระดูกมากที่สุด คือช่วงอายุ 25-30 ปี ช่วงที่ร่างกาย เพราะเป็นช่วงที่ ร่างกายจะสามารถสะสมมวลกระดูกได้ดี ดังนั้นการเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนที่มวลของกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด โดยมีวิธีการดังนี้

รับประทานแคลเซียม ซึ่งแคลเซียมที่พบได้ตามธรรมชาติ เช่น นม ปลาที่เราสามารถรับประทานกระดูกได้
การออกกำลังกาย เป็นการกระตุ้นให้กระดูกหนาขึ้นได้ โดยเฉพาะออกกำลังกายที่มีน้ำหนักกดลงบนกระดูก เช่น การวิ่ง การกระโดด *ทั้งนี้การเลือกวิธีออกกำลังกายควรเลือกที่เหมาะกับตนเองและไม่เป็นการทำให้เกิดอาการบาดเจ็บด้วย
การตรวจมวลกระดูก เพื่อหาแนวทางในการป้องกันโรคกระดูกพรุน

การรักษาโรคกระดูกพรุนต้องทำอย่างไรบ้าง
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ที่ทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกระดูก
รับประทานยาที่กระตุ้นการสร้างกระดูก
รับประทานยาที่ยับยั้งการสลายตัวของมวลกระดูก
**โดยวิธีการดังกล่าวแพทย์จะอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ที่ทำการรักษา

การตรวจวัดมวลกระดูกดีอย่างไร

1.เป็นการตรวจเพื่อคัดกรองโรค

ผู้ชาย อายุ 70 ขึ้นไป
ผู้หญิง อายุ 50 ขึ้นไป
ผู้หญิง ที่ทำการผ่าตัดรังไข่ออก

2.เป็นการตรวจเพื่อติดตามผลหลังจากทำการรักษา

คุณผู้หญิงทุกท่านที่รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมดูแลรักษาตัวเองด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และ อย่าลืมมาตรวจมวลกระดูกกันด้วยนะ

ป้องกันโรคกระดูกพรุนทำอย่างไร
โรคกระดูกพรุนสามารถป้องกันได้ โดย

ออกกำลังกาย
รับประทานอาหารให้ได้ตามสมส่วน โดยเฉพาะ แคลเซียมและวิตามินดี ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่สำคัญในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ร่างกายจึงควรได้รับแร่ธาตุทั้ง 2 นี้อย่างเหมาะสมตั้งแต่วัยเด็กจนถึงตลอดช่วงอายุเพื่อความแข็งแรงของกระดูก ซึ่งจะสมบูรณ์ที่สุดในช่วงอายุ 20 ปลายๆ หรือ 30 ต้นๆ
งดสูบบุหรี่และจำกัดเครื่องดื่มมึนเมารวมถึงสารคาเฟอีน เนื่องจากมีส่วนทำลายกระดูก
ตรวจร่างกายเป็นประจำ โดยเฉพาะในวัยเกิน 50 ปีควรเข้ารับเข้าตรวจวัดกระดูกเพื่อป้องกันการเสื่อมแต่เนิ่นๆ

Previous Post Next Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *