มะเร็งในสมอง รักษาได้ไหม

มะเร็งสมอง (Brain Cancer) โรคที่เกิดจากเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายบริเวณสมอง

โรคที่เกิดจาก เนื้องอก ที่เป็นเนื้อร้ายบริเวณสมอง และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว  มะเร็งสมอง (Brain Cancer) อาจเกิดขึ้นเองที่เนื้อเยื่อสมอง หรือจากการลุกลามของมะเร็งจากอวัยวะอื่น มีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดโรคมะเร็ง เช่น การสัมผัสสารเคมี การสูบบุหรี่ หรือประวัติการเกิดโรคมะเร็งของสมาชิกในครอบครัว ส่งผลต่อร่างกายและการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ปวดศีรษะ เป็นลม คลื่นไส้อาเจียน ปัญหาด้านการทรงตัว ความคิด สติปัญญา ความทรงจำ การพูด การมองเห็น บุคลิกภาพ และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

อาการของมะเร็งสมอง

อาการของโรคมะเร็งสมองจะขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งที่พบของเนื้องอก โดยอาการที่พบอาจมีสาเหตุหรือเป็นผลข้างเคียงมาจากความผิดปกติอื่นที่ไม่ใช่มะเร็งสมองก็ได้ ไม่ควรวิตกกังวลจนเกินไปหากเป็นเพียงอาการเบื้องต้นหรืออาการที่ไม่รุนแรง แต่ก็สามารถไปพบแพทย์ได้หากมีข้อสงสัย โดยทั่วไปแล้วผู้ที่เป็นโรคมะเร็งสมองอาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดศีรษะ โดยจะมีอาการรุนแรงในตอนเช้า
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เป็นลมหมดสติ
  • ซึม
  • ชัก
  • อ่อนแรงและชาบริเวณแขนและขา
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • มีปัญหาการทรงตัว หรือเดินลำบาก
  • มีปัญหาทางความคิด สติปัญญา อารมณ์ หรือสูญเสียความทรงจำ
  • มีปัญหาในการพูด
  • มีปัญหาในการมองเห็น
  • มีปัญหาบุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

หรือหากพบอาการร่วมด้วยดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

  • อาเจียนบ่อยและไม่สามารถอธิบายสาเหตุของการอาเจียนนั้นได้
  • มองเห็นภาพซ้อน มองไม่ชัด โดยเฉพาะที่ตาข้างใดข้างหนึ่ง
  • ง่วงซึม หรือง่วงนอนอย่างผิดปกติ
  • ปวดศีรษะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
มะเร็งในสมอง รักษาได้ไหม
มะเร็งในสมอง รักษาได้ไหม

สาเหตุของมะเร็งสมอง

มะเร็งสมอง ถือว่าเป็นเนื้องอกอันตรายที่มีการเจริญเติบโตของเซลล์ในลักษณะที่ผิดปกติ หรือที่เรียกว่า เซลล์มะเร็ง โดยอาศัยเลือดและสารอาหารจากร่างกายไปหล่อเลี้ยง อาจเกิดขึ้นที่บริเวณสมอง หรือเกิดจากมะเร็งที่ลุกลามหรือกระจายมาจากอวัยวะอื่น เช่น ปอด เต้านม ไต ลำไส้ใหญ่ หรือผิวหนัง เนื้องอกที่มีเซลล์มะเร็งจะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว สามารถแพร่กระจายและทำลายเนื้อเยื่อดีในบริเวณรอบข้าง มีโอกาสกลับมาเป็นได้อีกถึงแม้เคยผ่านการรักษามาแล้ว และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่ามะเร็งสมองเกิดจากสาเหตุใด มีเพียงปัจจัยต่าง ๆ ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งสมองได้ เช่น

  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น
  • พฤติกรรมการสูบบุหรี่มาเป็นเวลานาน
  • มีประวัติการเกิดโรคมะเร็งสมองกับสมาชิกในครอบครัว
  • มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งไต มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา (Melanoma) โรคมะเร็งในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่สามารถแพร่กระจายมายังสมองได้
  • การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น เชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV)
  • การสัมผัสสารกัมมันตภาพรังสี สารเคมี รวมไปถึงยากำจัดศัตรูพืชที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
  • การทำงานเกี่ยวกับสิ่งที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง เช่น พลาสติก ตะกั่ว ยาง น้ำมัน รวมถึงสิ่งทอบางชนิด

ส่วนด้านของเนื้องอกของสมอง สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ เนื้องอกไม่ร้ายแรง  และเนื้องอกร้ายแรงหรือมะเร็ง  ในที่นี้จะขอกล่าวถึงส่วนที่เป็นเนื้องอกร้ายแรง
  เนื้องอกร้ายแรงของสมอง  แบ่งเป็น 2  กลุ่ม คือ
1. กลุ่มเนื้องอกสมองร้ายแรงที่เกิดขึ้นในสมอง ไม่มีปัจจัยที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเกิดเนื้องอกโดยตรง แต่พบว่ามีหน่วยพันธุกรรมที่ผิดปกติของเซลล์สมองเป็นปัจจัยร่วม
2. มะเร็งของปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ ถือว่าเป็น กลุ่มเนื้องอกที่แพร่มาจากที่อื่น
การรักษามะเร็งสมอง  มีหลายวิธี และอาจต้องใช้หลายวิธีในการรักษาเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด อาทิ
1. การเจาะดูดชิ้นเนื้องอกเพื่อตรวจวินิจฉัย
2. ผ่าตัดเอาเนื้องอกออก
3. การฉายแสงรักษา
4. การให้เคมีบำบัด

ในการผ่าตัดมะเร็งสมอง ทำให้ได้ผลดีขึ้นกว่าในอดีต ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ  มากและมีผลแทรกซ้อนน้อยลง โดยมีการใช้เครื่องมือนำวิถี  ( frame –based and frameless navigation) ทำให้การผ่าตัดมีความแม่นยำสูง  มีการผ่าตัดโดยการส่องกล้อง (endoscopic surgery) ทำให้แผลผ่าตัดเล็ก  มีการทำผ่าตัดโดยไม่ดมยาสลบเพื่อทำแผนที่สมอง (awake craniotomy and brain mapping)  ช่วยให้ผ่าตัดเอาเนื้องอกออกจากสมองส่วนสำคัญได้โดยปลอดภัย  มีการตรวจเอกซเรย์แม่เหล็กไฟฟ้าสมองขณะผ่าตัด  ทำให้สามารถผ่าตัดมะเร็งสมองได้สมบูรณ์มากขึ้น  มีการตรวจเช็คประสาทสรีรวิทยาระหว่างผ่าตัด (EEG, SSEP, MEP) เพื่อป้องกันการพิการที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดเนื้องอก นอกจากนี้ความก้าวหน้าทางยา  เคมีบำบัด และการฉายแสงทำให้ผู้ป่วยสะดวกสบายขึ้น มียาเคมีบำบัดสำหรับมะเร็งสมองชนิดรับประทานที่มีผลแทรกซ้อนต่ำ  มีเครื่องฉายแสงฉายรังสีชนิด มิติ ที่มีความแม่นยำสูง  ทำให้ลดภาวะแทรกซ้อนจากการฉายแสงน้อยลง เป็นต้น
วิธีที่ดีที่สุดของ โรคมะเร็งสมองนั้น ปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่จะป้องกัน สังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัว เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น  สมควรรีบตรวจรักษาโดยเร็ว  ในระยะที่เนื้องอกมีขนาดเล็กอยู่  ซึ่งการไปพบแพทย์อาจต้องทำอย่างต่อเนื่อง  เพราะอาการอาจไม่ชัดเจนในระยะแรก ส่วนผู้ที่มีอาการแล้ว ก็อย่าสิ้นหวังหรือหมดกำลังใจและไม่ควรปฏิเสธการรักษาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เนื่องจากปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก การรักษาทั้งในแง่การผ่าตัด  ให้ยา หรือฉายแสงรักษานั้นมีประสิทธิภาพอย่างมาก ที่สำคัญท่านจะต้องไม่ลืมดูแลรักษาตนเอง

การวินิจฉัยมะเร็งสมอง

สามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งสมองได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย โดยแพทย์จะมีแนวทางการวินิจฉัยดังต่อไปนี้

  • การตรวจร่างกายทางระบบประสาท (Neurological Examination) เพื่อหาผลกระทบของเนื้อร้ายที่มีต่อสมอง
  • การเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture) โดยการเก็บตัวอย่างของเหลวบริเวณรอบ ๆ สมองและไขสันหลัง เพื่อตรวจเซลล์มะเร็ง
  • (CT Scan) การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เป็น การตรวจความเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีหรือ PET Scan เพื่อหาตำแหน่งของเนื้อร้าย
  • สามารถทำได้ด้วยกัน 2 วิธี การตัดชิ้นเนื้อตรวจ (Biopsy) กับการผ่าตัดเปิดกระโหลกเพื่อกำจัดเนื้อร้ายในสมอง และการผ่าตัดด้วยระบบนำวิถี (Stereotaxis) ทำได้โดยการหาตำแหน่งที่ชัดเจน จากนั้นทำการเจาะรูเล็กที่กระโหลกแล้วใช้เข็มสอดเข้าไปเก็บตัวอย่างเนื้องอก แล้วส่งให้นักพยาธิวิทยาตรวจสอบหาเซลล์มะเร็งต่อไป

การรักษามะเร็งสมอง

ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง นักโภชนาการ นักสังคมสงเคราะห์ นักกายภาพบำบัด ทั้งหมดคือทีมที่ดี และจำเป็นต้องใช้ทีมแพทย์ที่ประกอบด้วยหลายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง ในการรักษาโรคมะเร็งสมอง รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น ๆ เช่น นักประสาทวิทยา ผู้ป่วยอาจได้รับการรักษาที่มากกว่าหนึ่งวิธี ขึ้นอยู่กับประเภท ขนาด และตำแหน่งของเนื้อร้าย รวมไปถึงอายุและปัญหาหรือเงื่อนไขทางการแพทย์อื่น ๆ ของผู้ป่วย แพทย์อาจให้สเตียรอยด์เช่น เดกซาเมทาโซน (Dexamethasone) เพื่อลดอาการบวมของสมอง หรือให้ยากันชักในผู้ป่วยบางราย รวมไปถึงวิธีการรักษาอื่น ๆ ที่ใช้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งสมองดังต่อไปนี้

  • การผ่าตัด เพื่อทำการกำจัดเนื้องอกที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดเซลล์มะเร็ง
  • การฉายแสงที่มีพลังงานสูงเพื่อทำลาย และการรักษาด้วยรังสี (Radiation Therapy) การฉายแสงที่มีพลังงานสูงเพื่อทำลาย ลดการขยายตัวและหยุดการเจริญเติบโตของเนื้อร้าย ใช้ในผู้ที่ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ เช่น เนื้อร้ายอยู่ในตำแหน่งที่บอบบางและยากต่อการผ่าตัด หรือใช้หลังการผ่าตัดที่ยังคงหลงเหลือเซลล์มะเร็งอยู่ การรักษาด้วยรังสีสามารถทำได้ด้วยกันหลายวิธี เช่น
    • โดยจะทำประมาณ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ใช้เวลาไม่นานต่อหนึ่งครั้ง ผิวหนัง กระโหลก เซลล์สมอง External Radiation การฉายรังสีที่มีพลังงานสูงผ่านชั้น ไปยังตำแหน่งของเนื้อร้าย
    • Stereotactic Radiosurgery คือการทำลายเนื้อร้ายโดยการใช้รังสีที่มีพลังงานสูงจากหลายทิศทางด้วยความแม่นยำ โดยทำหลังจากมีการระบุตำแหน่งที่ชัดเจน ซึ่งทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยกว่า
  • การทำคีโม คือการใช้ยา อาจเป็นยา 1 ชนิด การทำเคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือรวมกันตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปในการรักษา สามารถให้ได้ทั้งทางเส้นเลือดหรือรับประทาน จะใช้ยาเป็นรอบ ๆ โดยจะเว้นระยะให้ผู้ป่วยได้พักฟื้น และดูการตอบสนองต่อการรักษา การทำเคมีบำบัดสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เป็นแผลในปาก เบื่ออาหาร ผมร่วง เป็นต้น

สมองอาจได้รับผลกระทบหรือเกิดความเสียหายจากเซลล์มะเร็ง ufabet login  ผู้ป่วยบางรายอาจมีความจำเป็นต้องมีการฟื้นฟูร่างกายหลังเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งสมอง สามารถทำได้โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้

  • การฟื้นฟูสมรรถภาพหรือการทำกายภาพบำบัด ผู้ป่วยบางรายอาจพบว่าสมองถูกทำลายจากเซลล์มะเร็ง ทำให้ส่งผลต่อความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การพูด การเดิน หรือการปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ จึงจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการฟื้นฟูเพื่อสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • การเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ หรือการรับประทานอาหารเสริม การฟื้นฟูโดยการรักษาแบบทางเลือก เพื่อชดเชยสารอาหารที่สูญเสียไปในระหว่างการรักษา รวมไปถึงการฝังเข็ม หรือการใช้สมุนไพร ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์สำหรับทางเลือกที่ดีและเหมาะสมที่สุดในผู้ป่วยแต่ละราย

ภาวะแทรกซ้อนของมะเร็งสมอง

ภาวะแทรกซ้อนของโรคมะเร็งสมองสามารถเกิดขึ้นได้และอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ รวมถึงผลข้างเคียงจากการรักษาบางชนิด ได้แก่

  • เนื้องอกมีเลือดออกเฉียบพลัน
  • เกิดการอุดตันของน้ำในไขสันหลัง ทำให้เกิดภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง อาจทำให้เสียชีวิตได้
  • ความดันในกระโหลกศีรษะเพิ่มขึ้นกะทันหันจากการเคลื่อนของสมอง อาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต

การป้องกันมะเร็งสมอง

การแพทย์ยังไม่สามารถหาวิธีการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งสมองในปัจจุบัน  แต่สามารถปฏิบัติตัวตามแนวทางเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งสมองได้ โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง เช่น ยาฆ่าแมลง สารเคมี สารกัมมันตภาพรังสี รวมถึงลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เป็นต้น

Previous Post Next Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *