เมื่อคืนนอน ดูหนัง “องค์บาก 3” ที่ช่อง 7


ก่อนจะประสบกับหายนะ พ่อแม่ได้นำเทียนไปฝากฝังให้เรียน วิชานาฏศิลป์ และอาศัยอยู่กับครูบัว ครูสอนนาฏศิลป์ซึ่งออกญาสีหเดโชไว้ใจมากที่สุด นอกจากความปลอดภัยท่ามกลางความขัดแย้งที่คุกรุ่นด้วยคาวเลือดอันเกิดจากการบุกยึดกัมพูชาของอโยธยาและการยึดอำนาจของออกญาราชเสนาแล้ว เทียนยังได้รับการสั่งสอนจากครูบัวว่า อำนาจไม่จำเป็นต้องดำรงอยู่เคียงคู่อาวุธหรือการต่อสู้ด้วยพละกำลังเสมอไป เพราะอำนาจในรูปแบบดังกล่าวอาจไม่สามารถทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้จริง

อย่างไรก็ตาม นาฏวิถีมิใช่หนทางที่ปฏิเสธการใช้อำนาจอย่างสิ้นเชิง เพราะวิชานาฏศิลป์อาจถือเป็นตัวแทนของการใช้อำนาจแบบอ่อนผ่านการร่ายรำอันนุ่มนวล (ตรงข้ามกับการใช้อำนาจแบบแข็งผ่านอาวุธและการต่อสู้ด้วยพละกำลังตามคำสอนของเชอนัง) เนื่องจากตามแนวคิดแบบหนึ่ง อำนาจของรัฐโบราณในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาจากการปกครองที่ใช้กำลังกดขี่ข่มเหงผู้คน หากถือกำเนิดขึ้นมา (และดำรงอยู่อย่างยืนหยัดคงทน) จากพิธีกรรมและการแสดงที่บ่งชี้ให้เห็นถึงสถานะความเป็นศูนย์กลางแห่งอนุจักรวาลหรือความเป็นตัวแบบอันดีเลิศของกษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักร ดังนั้นรัฐชนิดนี้จึงถูกขนานนามว่า “นาฏรัฐ”

น่าเสียดายที่เราไม่ได้เห็นการใช้อำนาจอันอ่อนช้อยในหนังเรื่องนี้มากนัก เพราะการร่ายรำที่มีอยู่น้อยนิดของเทียนก็มิได้ดำเนินไปเพื่อมุ่งใช้อำนาจแบบอ่อนโดยตรง ทว่าเป็นเพียงเครื่องมือที่จะนำไปสู่การใช้อำนาจแบบแข็งเข้าโค่นล้มศัตรูมากกว่า

กลับเป็นออกญาราชเสนาที่สวมบทบาทผู้ปกครองแห่งนาฏรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการสถาปนาสัญลักษณ์ทางอำนาจขึ้นมาใหม่ ได้แก่ สัญลักษณ์ครุฑที่มีสถานะเป็นเทพเจ้าของราชวงศ์ครุฑาเทพ ไม่ใช่เป็นเพียงพาหนะของพระนารายณ์ (ซึ่งเป็นการเล่นกับสัญลักษณ์ทางอำนาจที่น่าสนใจ เนื่องจากครุฑคือพาหนะของพระนารายณ์ และตามความเชื่อที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดูของดินแดนในสุวรรณภูมิ กษัตริย์ก็คือองค์อวตารของพระนารายณ์ ดังนั้นการสถาปนาราชวงศ์ครุฑาเทพจึงเป็นการประกาศว่า พาหนะของพระนารายณ์อย่างครุฑ/ขุนนางของกษัตริย์อโยธยาอย่างออกญาราชเสนา จะขึ้นดำรงตำแหน่งสมมุติเทพ/กษัตริย์เสียเองและไม่ขอยอมรับอำนาจขององค์นารายณ์อวตารอีกต่อไป) และการใช้นางอัปสรสมมุติมาร่ายรำประกอบพิธีกรรมที่ช่วยส่งเสริมสถานะอันสูงส่งยิ่งใหญ่ของกษัตริย์แห่งราชวงศ์ใหม่ จึงกล่าวได้ว่าออกญาราชเสนากำลังใช้อำนาจแบบอ่อนอย่างที่มันเป็น ไม่ใช่ใช้อำนาจแบบอ่อนเพื่ออำพรางอำนาจแบบแข็งดังที่เทียนทำ

แต่ไม่มีชนชั้นปกครองคนไหนที่จะผดุงอำนาจของตนเองผ่านการใช้อำนาจแบบอ่อนเพียงอย่างเดียว และออกญาราชเสนาก็สามารถใช้อำนาจแบบแข็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเมื่อคราวที่เขาก่อกบฏและสังหารพ่อแม่ของเทียน หรือเมื่อเทียนกลับมาล้างแค้นไม่สำเร็จ ออกญาผู้นี้ก็ยังย้อนใช้ชุมโจรผาปีกครุฑเข้าจัดการกับเทียน เพราะแท้จริงแล้วชุมโจรแห่งนี้คือกองกำลังที่เป็นดังอาวุธของราชวงศ์ครุฑาเทพ และเชอนังก็คือผู้ที่สังหารออกญาสีหเดโชนั่นเอง

เทียนจึงต้องใช้อำนาจแบบแข็งเข้าปะทะกับเชอนัง “พ่อบุญธรรม” ที่ช่วยชีวิตและเลี้ยงดูสั่งสอนตนเองมา แต่ขณะเดียวกันก็เป็นฆาตกรผู้ปลิดชีวิต “พ่อบังเกิดเกล้า” ของเขา เชอนังยินยอมสละชีวิตเพื่อชดใช้หนี้แค้นให้แก่เทียนผู้เป็นดังลูกรัก นี่เป็นจุดจบของชีวิตที่คลี่คลายจากความรักระหว่าง “พ่อ” กับ “ลูก” ต่างสายเลือด ซึ่งมีความลึกซึ้งยิ่งกว่าการใช้อาวุธ/อำนาจแบบแข็งชนิดใดๆ

นอกจากจุดจบของเชอนัง ‘องค์บาก 2’ ยังทิ้งปมที่น่าสนใจไว้อีกมากมาย ซึ่งอาจถูกนำไปสานต่อให้เรื่องราวของเทียนก้าวไปไกลกว่าการใช้อำนาจแบบหนักและการล้างแค้น เช่น เทียนคงตระหนักแล้วว่าอำนาจแบบหนักเพียงอย่างเดียวย่อมไม่สามารถทำให้เขาเอาชนะออกญาราชเสนาได้และตนเองเสียอีกที่กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ย่อยยับ ขณะเดียวกันฉากสุดท้ายของหนังก็ยังทิ้งปมสำคัญเอาไว้ เมื่อมีเสียงกล่าวของครูบัวดังขึ้นว่าเทียนชะตาถึงฆาต ดังนั้นจึงต้องมีการสร้างพระพุทธรูปเพื่อช่วยชีวิตเขา ก่อนที่จะมีภาพเทียนและพระพุทธรูปองค์บากปรากฏขึ้นมา

ภาพดังกล่าวย้อนแย้งกันอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศของหนังภาคนี้ที่เต็มไปด้วยการบูชาเทพในราชสำนักและการนับถือผีในชุมโจร นี่อาจเป็นร่องรอยที่บ่งบอกว่า การต่อสู้ด้วยอำนาจแบบแข็งของเทียนใน ‘องค์บาก 3’ จะถูกนำไปเชื่อมร้อยกับการต่อสู้ผ่านอำนาจแบบอ่อนที่แบ่งปันความสนใจไปยังเรื่องสัญลักษณ์ทางอำนาจ ความเชื่อทางศาสนา ตลอดจนวิชานาฏศิลป์

ด้วยเหตุนี้ เมื่อพิจารณาผ่านมุมมองเรื่องอำนาจ เนื้อเรื่องที่สลับซับซ้อนซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้โครงสร้างของบทหนังอันเป็นระบบระเบียบและฉากการต่อสู้นานาชนิดใน ‘องค์บาก 2’ (ทั้งยังอาจรวมถึง ‘องค์บาก 3’) จึงแฝงแง่มุมว่าด้วยลักษณะอันหลากหลายของอำนาจเอาไว้อย่างคมคายน่าสนใจ

สามารถดู ดูหนังออนไลน์

+ There are no comments

Add yours