เจาะลึกให้เข้าใจ! เรื่อง…วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด

โรคงูสวัด เกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ หรือวีแซดวี (Varicella-Zoster virus) เป็นการติดเชื้อ “ซ้ำ” ในผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน ซึ่งหลังจากหายจากโรคอีสุกอีใสแล้ว เชื้อจะหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทของร่างกาย และแฝงตัวอย่างสงบโดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่เมื่อร่างกายอ่อนแอลง เชื้อไวรัสที่หลบซ่อนนี้จะทำให้เกิด โรคงูสวัด

“ปวดแสบร้อนตามผิวหนัง” สัญญาณเตือนโรคงูสวัด
ผู้ที่เป็นโรคงูสวัดจะมีอาการปวดแสบร้อนตามผิวหนัง ต่อมาเกิดผื่นแดง ตุ่มน้ำใส เป็นกลุ่มบริเวณผิวหนังตามแนวของเส้นประสาทด้านเดียว ต่อมาตุ่มน้ำจะแตกออกเป็นแผล โดยทั่วไปอาการปวดและแผลจะหายใน 2-4 สัปดาห์ แต่ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการปวดตามแนวเส้นประสาทเป็นเวลานานหลายเดือน

อุบัติการณ์ของโรคงูสวัด
จำนวนผู้ป่วยโรคงูสวัดมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจนในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี โดยพบว่าหนึ่งในสามของผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีจะเป็นโรคงูสวัด และหนึ่งในหกของผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีที่เป็นงูสวัดจะมีอาการปวดรุนแรง

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการเป็นโรคงูสวัด
อาการปวดแสบร้อนตามผิวหนังนานหลายเดือน แม้ผื่นจะหายสนิท ซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 10-30 โดยพบบ่อยขึ้นและปวดรุนแรงขึ้นในผู้สูงอายุ การเป็นงูสวัดบริเวณใบหน้า อาจเกิดบาดแผลที่กระจกตา ตาอักเสบ ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจเกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรงจากการติดเชื้อ เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบได้ และผู้ที่เคยเป็นงูสวัดจะมีโอกาสเป็นงูสวัดซ้ำประมาณร้อยละ 6.2

รู้ไหม? โรคงูสวัดป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน
วัคซีนงูสวัดเป็นวัคซีนเชื้อเป็นที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ลง แนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป โดยฉีดเข้าใต้ผิวหนัง 1 ครั้ง ปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นในการฉีดเข็มกระตุ้น สามารถให้ร่วมกับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส ได้ในเวลาเดียวกัน วัคซีนสามารถป้องกันการเกิดโรคงูสวัดได้ เฉลี่ยร้อยละ 51 ในผู้สูงอายุ และสามารถลดการเกิดอาการปวดตามแนวเส้นประสาท

ผู้ที่ “ควร” ได้รับวัคซีนป้องกันงูสวัด
ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ทั้งที่เคยเป็นและไม่เคยเป็นโรคงูสวัด หรือโรคอีสุกอีใสมาก่อน

ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 50-59 ปีที่เคยมีประวัติเป็นโรคอีสุกอีใส หรือโรคงูสวัดมาก่อน
ผู้ที่ “ควรงด” รับวัคซีนป้องกันงูสวัด
เคยมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของวัคซีนอย่างรุนแรง ได้แก่ สารเจลาติน หรือยา Neomycin
เนื่องจากเป็นวัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ จึงห้ามฉีดในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง เช่น กำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน หรือยาสเตียรอยด์ขนาดสูง ติดเชื้อเอชไอวี ที่มีค่า CD4 ต่ำมาก
หญิงตั้งครรภ์ หรืออาจจะตั้งครรภ์
หากมีไข้สูง หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน ควรเลื่อนการรับวัคซีนออกไปก่อน รอให้หายป่วยก่อนจึงค่อยมารับวัคซีน อ่านเพิ่มเติม

Previous Post Next Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *