เรื่องจริงที่เป็นที่มาของหนัง The Conjuring: The Devil Made Me Do It เป็นอย่างไร หนังมีอะไรที่ไม่ใช่


หนัง The Conjuring ประกาศตัวว่า ‘Based on True Story’ มาตั้งแต่ภาคแรก โดยมีผัวเมียเอ็ด (Ed) กับลอร์เรน วอร์เรน (Lorraine Warren) ที่ประกาศตัวว่าเป็นนักล่าผีที่มีตัวตน มีลมหายใจจริง ๆ ในโลกใบนี้เป็นตัวละครหลัก ความสำเร็จที่ได้รับทำให้หนังมีการสานต่อ ทั้งเป็นหนังตอนแยก ที่มีถึง 5 เรื่อง Annabelle (2014)Annabelle: Creation (2017)The Nun (2018)Annabelle Comes Home (2019) และ The Curse of La Llorona (2019) ซึ่งอิงเรื่องราวหรือมีความเกี่ยวพันกับตัวละครจากหนังหลัก
     ภาคต่อก็มีการทำออกมาอีก 2 ภาค The Conjuring 2 เมื่อปี 2016 และ The Conjuring: The Devil Made Me Do It ในปีนี้
     ภาคแรกเป็นเรื่องของครอบครัวเพอร์รอน (Perron) ที่มีตุ๊กตาแอนนาเบลล์เป็นสีสัน ส่วนภาคสองมีผีแม่ชีกับเหตุการณ์ที่บ้านผีสิงในอะมิตี้วิลล์เป็นออเดิร์ฟ ส่วนเมนคอร์สคือ ผีหลอกวิญญาณหลอนที่เอนฟิลด์ เกาะอังกฤษ
     เรื่องราวส่วนใหญ่ที่อยู่ในหนังทั้งสองภาคเป็นเรื่องที่มีจริง และผัวเมียวอร์เรนเข้าไปเกี่ยวพันด้วยจริง แต่หากนำมาเทียบเคียบระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องในหนัง ดูจะแต่งสีตีไข่ใส่ลงไปไม่น้อย เอาง่าย ๆ อย่างภาค 2 จริง ๆ แล้วทั้งคู่ไปเอนฟิลด์ไม่นาน และบทความส่วนใหญ่ที่พูดถึงที่นี่ ก็ไม่ได้เขียนถึงพวกเขา ที่เดินทางมาเองแถมอยู่แค่วันเดียว
     และกับหนังเรื่องที่สาม The Conjuring: The Devil Made Me Do It : Based on True Story จะมีเรื่องจริงให้ได้สัมผัสกันมากน้อยขนาดไหน งานนี้ใครที่ยังไม่ได้ชมภาพยนตร์
ดูหนังออนไลน์ฟรี ขอบอกให้หยุดอ่านเพียงแค่นี้ แต่ถ้าอยากรู้จะไปต่อก็ไม่ว่าอะไร…
     หนังภาคนี้ไม่ใช่งานกำกับของ เจมส์ วาน (James Wan) ผู้กำกับสองภาคแรก แต่เป็นไมเคิล ชาเวส (Michael Chaves) ผู้กำกับหนัง La Llorona ที่มีตำนานปีศาจพื้นบ้านเม็กซิกันเป็นที่มา หนังเปิดด้วยภารกิจของผัวเมียวอร์เรน เมื่อ 18 กรกฎาคม 1981 ที่มาไล่ผีในตัวเด็กชายวัย 11 ปี เดวิด แกล็ตเซล (David Glatzel) แม้จะทำสำเร็จแต่ก็ไม่เบ็ดเสร็จ เมื่อมันย้ายไปสิงในร่างของ อาร์นี เชย์เอ็นน์ จอห์นสัน (Arne Cheyenne Johnson) แฟนพี่สาวของเดวิดแทน

แน่นอนว่า เอ็ดกับลอร์เรน วอร์เรน ที่รับบทโดย แพทริก วิลสัน (Patrick Wilson) และวีรา ฟาร์มิก้า (Vera Farmiga) ตามลำดับ มีตัวตนจริง ๆ เป็นทั้งนักสืบสวนเรื่องผิดธรรมชาติ และเป็นนักเขียน เอ็ดทำการศึกษาเรื่องลี้ลับต่าง ๆ ด้วยตัวเอง และอ้างว่า เขานี่ละเป็น นักปีศาจวิทยา ส่วนลอร์เรนก็บอกว่าเธอมีญาณทิพย์และเป็นคนทรง ผัวเมียคู่นี้ร่วมกันสืบสวน ค้นหาความจริงในเรื่องภูตผีปีศาจวิญญาณ แล้วก็เขียนหนังสือบอกเล่าประสบการณ์ตัวเอง โดยเหตุการณ์ที่สร้างชื่อให้ทั้งคู่ เป็นเรื่องฆาตกรรมที่อะมิตี้วิลล์ ในปี 1975 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ถูกนำมาเขียนเป็นหนังสือ ทำเป็นหนังจอแก้ว จอเงิน หนังสารคดี มาจนถึงทุกวันนี้

The Conjuring: The Devil Made Me Do It

แต่เพราะตัวละครในหนังมีตัวตนจริง ๆ ไม่ได้หมายความว่า เรื่องราวที่หนังนำเสนอจะถูกต้องเสมอไป เอาง่าย ๆ ขณะที่หนังนำเสนอผัวเมียคู่นี้เป็นฮีโร่นักปราบผี หรือผู้เชี่ยวชาญเรื่องผิดธรรมชาติ ทำนองนั้น แต่ในชีวิตจริงพวกเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นประจำเรื่องนำเสนอประสบการณ์ตัวเองแบบเกินจริง แล้วยังถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกต้มตุ๋น ที่ยิ่งกว่าก็คือในปี 2013 มีการฟ้องร้องทางกฏหมายที่เกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ของทั้งสองคน เมื่อจูดิธ เพนนีย์ (Judith Penney) นำหลักฐานทางกฎหมายมายืนยันว่า เธอมีความสัมพันธ์กับเอ็ดมานานถึง 4 ทศวรรษ ตั้งแต่ยังเป็นผู้เยาว์ พร้อมกล่าวหาว่าเขาข่มเหงลอร์เรน แต่ทนายของลอร์เรนปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า

ทีนี้มาดูเหตุการณ์ในหนัง The Conjuring: The Devil Made Me Do It กัน คดีที่เป็นแรงบันดาลใจของหนัง ได้ชื่อว่าเป็นคดีแรกในศาลสหรัฐอเมริกา ที่จำเลยใช้ การครอบงำโดยปีศาจ เพื่อป้องกันตัวเองจากคดีฆ่าคนตาย โดยหนังย้ำว่า นี่คือเรื่องจริง ตั้งแต่คำบรรยายในฉากเปิด ไปถึงฉากจบ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการเปิดเทปเสียง ที่บันทึกจากการไล่ผีของเจ้าหนูเดวิดใส่เข้ามาด้วยในช่วงเครดิตท้ายเรื่อง แม้เหตุการณ์ส่วนใหญ่ของหนังจะเป็นเรื่องของอาร์นีก็ตาม

เอ็ดกับลอร์เรนเกี่ยวข้องกับคดีนี้จริง และน่าจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้คดีได้รับความสนใจ แต่หนังกลับไม่นำเสนอเรื่องราวในศาล ที่คงเน้นเรื่องการนำหลักฐานมาแสดงให้เห็น ถึงการมีอยู่จริงหรือมีอำนาจเหนืออาร์นี (ที่รับบทโดย รูแอรี โอคอนเนอร์ – Ruairi OConnor) ของปีศาจ หากไปเล่นกับเรื่องที่แต่งขึ้นมา ว่าด้วยการพยายามหาตัวตัวร้ายที่สาปอาร์นี ที่มีพล็อตรองเป็นเรื่องการหายตัวของเด็กสาว 2 ราย

เรื่องที่เสริมเข้ามา ทำให้หนังมีลักษณะงานสืบสวนในตัว รายละเอียดคดีฆาตกรรมที่อาร์นีเป็นผู้ต้องหา ก็เพี้ยนไปเยอะ เพราะเรื่องจริงไม่มีเครื่องรางแม่มดมาเกี่ยวข้อง ส่วนการหายตัวของเด็กสาวที่มาเสริมเรื่องคำสาป ถึงจะมีเด็กสาวหายตัวไปในคอนเน็กติกัตช่วงใกล้เคียงกันจริง แต่ทั้งหมดก็เป็นเรื่องพิธีกรรมบูชาปีศาจ และไม่มีความเกี่ยวพันกับคดีนี้เลย ที่เกิดเหตุก็ไม่ใช่ในบ้านรับเลี้ยงสุนัข แต่เป็นด้านนอก แล้วพยานก็ไม่ได้มีแค่เด็บบี แกล็ตเซล (Debbie Glatzel) ที่เล่นโดย ซาราห์ แคเธอรีน ฮุก (Sarah Catherine Hook)

อาร์นี จอห์นสัน ตัวจริง

     เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 1981 อาร์นีวัย 19 ปี ที่ทำงานเป็นคนตัดแต่งต้นไม้ กับเด็บบี้แฟนสาววัย 26 ปี ใช้ชีวิตด้วยกันที่ชั้นบนของบ้านรับเลี้ยงสุนัข ที่อลัน โบโน (Alan Bono) วัย 40 ปีเป็นเจ้าของ วันนั้นทั้งคู่อยู่ที่บ้านกับโบโน และน้อง ๆ ของอาร์นี มีการกินมื้อกลางวันแล้วก็เปิดเพลงฟัง
ซึ่งทำให้โบโนดื่มจนเมามาย อาร์นีเลยให้น้องสาววัย 9 และ 15 ปีออกไปข้างนอก ทำให้เขากับโบโนทะเลาะกัน จนอาร์นีแทงเจ้าของบ้านด้วยมีดพกยาว 5 นิ้ว 4-5 ครั้งจนเสียชีวิต
     อาร์นีถูกจับข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ก่อนจะกล่าวแย้งในศาล แต่ก็ไม่ได้ยกเรื่องตัวเองถูกเข้าสิงมาอ้าง แค่บอกว่าจำเหตุการณ์ตอนที่แทงโบโนไม่ได้ ตัวเจ้าหน้าที่ซึ่งประสบเหตุก็เล่าว่า อาร์นีบอกเขาว่า “ผมคิดว่า ผมทำร้ายคนมา” คนที่ใช้เรื่องปีศาจเข้าสิงขณะทำการฆาตกรรมก็คือ มาร์ติน มินเนลลา (Martin Minella) ทนายวัย 30 ปีของเขา ที่เหนือไปจากใช้แย้งทางกฎหมายแล้ว
ยังหวังให้คดีไปเตะตาสื่อ “ศาลเชื่อเรื่องการมีอยู่ของพระเจ้า และตอนนี้ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องการมีอยู่ของปีศาจ” มินเนลลาบอกกับนิตยสารพีเพิล โดยเขาให้เครดิตผัวเมียวอร์เรนสำหรับกลยุทธนี้ ซึ่งไม่เคยมีใครใช้มาก่อนในการยืนยันว่าตัวเองไม่มีความผิด “ทุกคนถามผมว่า นายกล่าวแย้งแบบนั้นได้ยังไง?” มินเนลลาบอกกับ เดอะ วอชิงตัน โพสต์ “
นี่คือสิ่งที่ถูกนำเสนอมาให้ผม ผมไปหาพวกวอร์เรน แล้วตัดสินใจจะทำแบบนี้หลังได้คุยกับพวกเขา ที่บอกมาว่า เมื่อถูกสิง คุณควบคุมการกระทำของตัวเองไม่ได้หรอก”
  แผนของมินเนลลา ปัง จริง ๆ “ทุกคนให้ความสนใจคดีนี้” เขาโวกับเดอะ วอชิงตัน โพสต์ “ทุกคนเลย เราได้รับสายจากออสเตรเลีย, สวิตเซอร์แลนด์, อังกฤษ ทุกที่ในโลก เมื่อผมไปลอนดอน มีคนบนท้องถนนจำผมได้ สตูดิโอใหญ่ ๆ
สนใจเรื่องนี้ พวกผู้อำนวยการสร้างระดับท็อปทุกคนเลยก็ว่าได้ แน่นอนสถานภาพของผมก็คือ ไม่ปริปากพูดจนกว่าคดีจะจบ ลูกความคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม” อาร์นีตกเป็นข่าวพาดหัวในฐานะจำเลยคนแรกที่กล่าวหาปีศาจในอาชญากรรมที่ตัวเองก่อ แถมตอนนั้น หนัง The Exorcist ที่ออกฉายในปี 1973 ยังสดและอยู่ในความทรงจำของผู้คน แถมความเชื่อเรื่องปีศาจ วิญญาณทั้งหลายก็เพิ่มมากขึ้น
คดีนี้ยังเป็นคดีฆาตกรรมแรกในเมืองอายุ 193 ปีเมืองนี้ด้วย “มันไม่ใช่อาชญากรรมธรรมดา” จอห์น แอนเดอร์สัน (John Anderson) หัวหน้าตำรวจของบรูกฟิลด์ บอกกับเดอะ วอชิงตัน โพสต์ ในปี 1981 “บางคนโกรธมาก และทำให้เกิดข้อถกเถียงตามมา” แล้วจากนั้นสิ่งที่ไม่ธรรมดายิ่งกว่าก็ตามมา เมื่อคดีตกเป็นที่สนใจของสื่อ
รายงานในปี 1981 จากเดอะ นิว ยอร์ก ไทม์ส ระบุว่า เดบอราห์ แกล็ตเซล (Deborah Glatzel) แฟนของอาร์นี เล่าว่าคนรักของเธอมีส่วนร่วมในการไล่ผีจากเดวิด น้องชายของเธอ (ในหนังรับบทโดย จูเลียน ฮิลลาร์ด – Julian Hilliard) ก่อนเกิดเหตุฆาตกรรมหลายเดือน
เดวิดเล่าว่า มี วิญญาณร้าย ที่เขาเรียกว่า ตาแก่ ผลักเขาลงไปนอนบนเตียงน้ำ ที่ถูกผู้เช่าบ้านคนก่อนทิ้งไว้ในบ้าน
เขาเห็นชายคนนี้อีกหลายครั้ง แล้วตัวเองก็เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ กรีดร้องน่ากลัว และทำอะไรรุนแรง จนครอบครัวแกล็ตเซลติดต่อพวกวอร์เรนให้มาช่วยไล่ผี เมื่อทางโบสถ์โรมัน คาธอลิกในบรูกฟิลด์ปฏิเสธการ ไล่ผีอย่างเป็นทางการ เพราะทางครอบครัวไม่ยอมให้มีการทดสอบทางจิตเวช เพื่อดูความเป็นไปได้เรื่องการป่วยทางจิต

+ There are no comments

Add yours