อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ตอน ราชสีห์ แม่มด กับตู้พิศวง(2005)


ภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย

ในช่วง สงครามโลก ครั้งที่สองที่ประเทศอังกฤษได้เกิดความวุ่นวายขึ้นทำให้เหล่าพี่น้องตระกูลพรีเวนซี่ทั้ง 4 คน ได้แก่ ปีเตอร์ (วิลเลียม มอสลีย์) ซูซาน (แอนนา ป็อปเปิลเวลล์) เอ็ดมันด์ (สแกนดาร์ คีย์เนส) และลูซี่ (จอร์จี เฮนลีย์) จึงต้องอพยพสงครามจากในเมืองมาสู่ชนบทโดยได้มาศัยอยู่ที่บ้านของศาสตราจารย์ชราที่มีชื่อว่า ดิกอรี เคิร์ก(จิม บอร์ดเบรนด์) แต่ด้วยความสนุกของพวกเด็กๆจึงได้เล่นซ่อนหากัน ทางลูซี่ได้เข้าไปแอบในตู้เสื้อผ้าโดยไม่รู้ว่าเป็นทางเข้าสู่อาณาจักรนาร์เนียเมื่อเข้าไปก็พบกับอากาศที่หนาวเย็นเพราะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ แต่แล้วเธอก็ได้พบกับสัตว์ครึ่งคนครึ่งแพะที่มีชื่อว่า ฟอนทัมนัส(เจมส์ แม็กเอวอย) เขาได้เล่าให้ฟังว่าที่อาณาจักรเป็นแบบนี้เป็นเพราะราชินีหิมะที่มีชื่อว่า จาดิส(ทิลด้า สวินตั้น) ดูหนังออนไลน์ไทย และยังได้บอกอีกว่าถ้าพบพวกมนุษย์ให้จับตัวไปให้นาง จึงกลับไปสู่โลกมนุษย์และเล่าเรื่องที่พบเจอให้พวกพี่ๆฟังแต่พอตามลูซี่ไปก็พบเป็นเพียงตู้เสื้อผ้าธรรมดา แต่กลับไม่มีใครเชื่อทางลูซี่ทำให้เสียใจเป็นอย่างมาก

ทางเอ็ดมันด์ได้เชื่อลูซี่และแอบตามเข้าไปในอาณาจักรนาร์เนียแต่เขากลับไปพบกับราชินีจาดิสและยื่นข้อเสนอให้พาพี่น้องมาด้วยกันทั้งหมดจะดีรับรางวัลตอบแทนแต่ที่จริงแล้วเป็นแผนการในการหาทางกำจัดไม่ให้บุตรแห่งอดัมและธิดาอีฟเข้ามาในอาณาจักรนี้ ซึ่งทางเอ็ดมันด์ก็ได้ชวนพี่น้องทั้งหมดเข้ามาแต่พบไปยังบ้านฟอนทัมนัสก็ไม่พบตัว จึงออกตามหาและได้ไปพบกับบ้านของกระท่อมตายายบีเว่อร์จึงเล่าเกี่ยวกับคำสาปนางแม่มดผู้ชั่วร้าย แต่เอ็ดมันด์กลับไปพบกับราชินีจาดิสจนถูกจับตัวไป ทำให้พี่น้องพรีเวนซี่ทั้งสามคนจึงได้ออกเดินทางไปยังปราสาทของราชินีหิมะ ในระหว่างทางได้ถูกเหล่าสมุนตามมาทำร้ายก็แต่สามารถหนีรอดได้จนไปถึงแท่นศิลาที่มีอัสลาน(เลียม นีสัน)จัดตั้งกองทัพอยู่

ทางราชินีจาดิสจึงได้ยื่นข้อเสนอกับทางอัสลานว่าจะปล่อยตัวเอ็ดมันด์แต่ก็แลกชีวิตกับทางอัสลานซึ่งก็ยิมยอมแต่โดยดีจึงทำให้ถูกสังหารโดยราชินีจาดิสและได้กลับไปเตรียมกองทัพเพื่อเปิดศึกกับกองทัพของทางอัสลานซึ่งนำโดยปีเตอร์และเอ็ดมันด์ ในขณะเดียวกันทางซูซานและลูซี่ที่แอบตามอัสลานมาก็ได้พบว่าความจริงแล้วอัสลานยังไม่ตายและได้กลับไปช่วยกองทัพของตัวเองที่กำลังเสียเปรียบอยู่และสามารถกำจัดราชินีจาดิสได้ในที่สุดทำให้อาณาจักรนาร์เนียกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทางพี่น้องตระกูลพรีเวนซี่ทั้ง 4 คนก็ได้ถูกแต่งตั้งเป็นราชาและราชินีแห่งอาณาจักร โดยกาลเวลาผ่านมาทำให้พี่น้องทั้ง 4คนได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่และได้กลับมาพบกับเสาไฟตะเกียงที่เข้ามาในตอนแรกจึงตัดสินใจกลับเข้าสู่โลกมนุษย์และใช้ชีวิตอย่างปกติสุขต่อไป

1.ทำไมอัสลานต้องรอให้มีใครซักคนนึงถึง/คิดถึงตัวเองก่อนถึงจะมาช่วยพี่น้องอ่ะ ทั้ง3ภาคเลย? (ทั้งๆที่ตัวเองจัดการแต่แรกก็ได้แล้ว)

2.จากภาคเจ้าชายแคสเปี้ยน ทำไมปีเตอร์กับซูซานถึงเข้ามาในโลกของนาร์เนียอีกไม่ได้คะ? (ในหนังบอกว่าโตเกินไป มันแค่นี้เองหรอ
แล้วทั้งสองคนก็ยอมรับได้??)

3.เรางงไทม์ไลน์ของ ภาคตู้ ภาคเจ้าชาย ภาคโพ้นทะเลมาก คือว่า ทำไมพอภาคเจ้าชาย4พี่น้องถึงมาในช่วงเวลาที่ผ่านมาถึง1000+ปีเชียว
แล้วพอภาคโพ้นทะเลเวลาก็เปลี่ยนไปอีก แถมเจ้าชายยังเสียบัลลัง

1.ทำไมอัสลานต้องรอให้มีใครซักคนนึงถึง/คิดถึงตัวเองก่อนถึงจะมาช่วยพี่น้องอ่ะ ทั้ง3ภาคเลย? (ทั้งๆที่ตัวเองจัดการแต่แรกก็ได้แล้ว)

คนเขียนเขาใส่ความเชื่อทางศาสนาลงไปในนาร์เนียเีพียบ (จะเรียกว่านาร์เนียคือไบเบิลฉบับวรรณรรมเยาวชนก็ยังได้) อัสลานคือพระเยซู ไม่ใช่การเปรียบเทียบด้วย อัสลานคือพระเยซู แค่ที่นาร์เนียเขาถูกเรียกว่าอัสลาน และมีรูปร่างเป็นสิงโต ทีนี้ ศาสนาคริสต์สอนว่าต้องยอมรับ ศรัทธา และรับพระเจ้าเข้ามาในหัวใจ ดังนั้นชาวนาร์เนียก็ก็ต้องยอมรับอัสลานเข้ามาในหัวใจด้วยใจจริง

2.จากภาคเจ้าชายแคสเปี้ยน ทำไมปีเตอร์กับซูซานถึงเข้ามาในโลกของนาร์เนียอีกไม่ได้คะ? (ในหนังบอกว่าโตเกินไป มันแค่นี้เองหรอ
แล้วทั้งสองคนก็ยอมรับได้??)

จริงๆ เหตุผลคือ ปีเตอร์กับซูซานได้เรียนรู้บทเรียนที่พวกเขาต้องเรียนรู้จากนาร์เนียครบถ้วนแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่่จะต้องมานาร์เนียอีกต่อไป แต่จริงๆ แล้วเล่มสุดท้ายก็ไปนะ ตัวเอกจากทุกเรื่องได้กลับไปนาร์เนียหมดเลย ยกเว้นซูซาน

3.เรางงไทม์ไลน์ของ ภาคตู้ ภาคเจ้าชาย ภาคโพ้นทะเลมาก คือว่า ทำไมพอภาคเจ้าชาย4พี่น้องถึงมาในช่วงเวลาที่ผ่านมาถึง1000+ปีเชียว แล้วพอภาคโพ้นทะเลเวลาก็เปลี่ยนไปอีก แถมเจ้าชายยังเสียบัลลัง

ระหว่างสองโลก เวลามันไม่เดินช้าเร็วไม่เท่ากัน แถมอัตรายังไ่ม่แน่นอนด้วย

.ทำไมอัสลานต้องรอให้มีใครซักคนนึงถึง/คิดถึงตัวเองก่อนถึงจะมาช่วยพี่น้องอ่ะ ทั้ง3ภาคเลย? (ทั้งๆที่ตัวเองจัดการแต่แรกก็ได้แล้ว)
– อย่างที่ข้างบนตอบ หลักการเป็นเรื่องของความศรัทธาให้พระเจ้าของคริสเตียน เอาเป็นว่า ถ้าอะไรแย่เกิดในชีวิต ก็คือการทดสอบของพระเจ้า ทุกอย่างพระเจ้ากำหนดไว้แล้วทั้งนั้น ไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี แต่หมายถึง พระเจ้าจะไม่ได้โผล่มาบอกมาช่วย มาอะไรตลอดเวลา แต่ไม่ใช่ไม่ตั้งใจไม่จงใจ “เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าทั้งนั้น”

2.จากภาคเจ้าชายแคสเปี้ยน ทำไมปีเตอร์กับซูซานถึงเข้ามาในโลกของนาร์เนียอีกไม่ได้คะ? (ในหนังบอกว่าโตเกินไป มันแค่นี้เองหรอ
แล้วทั้งสองคนก็ยอมรับได้??)
– คำว่า อายุมากเกินไป ก็ในแง่ของศาสนาอีกแหละ มุมมองว่า คนโตแล้ว จะไม่มีความบริสุทธิ์ในจิตใจ รู้เดียงสามากเกินไป หรือ จะพูดถึงว่าไปมีเรื่องทางเพศมาแล้วก็ไม่แน่ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญของศาสนาคริสต์อย่างนึง  คนที่โตแล้ว ก็มีหน้าที่การงานภาระต่างๆ ทำให้ง่ายต่อการที่จะละเลยหลงลืมพระเจ้า ทำนองนี้  ไม่ใช่ว่ามาไม่ได้ แต่ทางเข้าจะไม่ปรากฏแก่คนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ทำนองนั้น   คนที่อยากกลับไปก็มีอยู่แหละ ก็เจ้าของบ้านที่มีตู้เสื้อผ้านั่นเอง สปอยยังไม่อ่านเล่มอื่นไม่ต้องเปิด

ซูซานเองก็อย่างว่า เลย คือ ทั้งที่เคยไปมาแล้วแท้ๆ แต่ก็มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่เห็นจะสลักสำคัญเพราะสนใจชีวิตจริงๆ ที่ตัวเองใช้อยู่มากกว่า

3.เรางงไทม์ไลน์ของ ภาคตู้ ภาคเจ้าชาย ภาคโพ้นทะเลมาก คือว่า ทำไมพอภาคเจ้าชาย4พี่น้องถึงมาในช่วงเวลาที่ผ่านมาถึง1000+ปีเชียว
แล้วพอภาคโพ้นทะเลเวลาก็เปลี่ยนไปอีก แถมเจ้าชายยังเสียบัลลัง
– ไทม์ไลน์ของเรื่องมันก็แบบนั้นแหละ ในหนังสือชุดนาร์เนีย มี 7 เล่ม สามเล่มแรก คือ ที่เอามาทำเป็นหนัง  ส่วนอีก สี่เล่ม เวลากลับย้อนไปอีก สปอยนะ   เวลาเดินไปด้วยกัน แต่เวลาที่นาร์เนียเดินไปไวกว่าก็แค่นั้น

ส่วนที่ว่า เจ้าชายแคสเปียนเสียบัลลังก์ อันนั้นภาคเจ้าชายแคสเปียน สาระก็ไม่มีอะไรมาก เป็นการนำเสนอเรื่องทางการเมือง การปกครอง การรบเพื่อสิทธิ์ครองเมือง ของราชวงศ์ ก็แค่นั้นแหละ โดยในเนื้อหาก็จะแทรกข้อคิด หลายๆอย่างให้เด็ก เช่น เจ้าชายแคสเปียนสุดท้ายแล้วก็รู้สึกเซ็งๆ ที่มีมหาจักรพรรดิ จักรพรรดินี องค์ปฐม อยู๋ด้วย  คือเหมือนตัวเองก็ไม่ใหญ่เท่าไร อะไรแบบนี้ ของแบบนี้ เด็กๆ จะเพิ่งได้คิดได้พิจารณา

ภาคถัดมา ก็เป็นการว่าด้วยเรื่องการออกเรือ ตามหาคนที่เคยร่วมรับใช้ตระกูลตัวเอง และอะไรนะ เหมือนจะไปสู่สุดขอบโลก เข้าสู่แดนสักดิ์สิทธิ์ (ที่ที่อัสลานอยู่) ด้วยละ

ตัวผมเอง อ่านเรื่องนี้ตั้งแต่ ป 3  เป็นครั้งแรกที่อ่านหนังสือ 300 หน้าจบในรวดเดียว  ที่ว่ากินข้าวยังถือหนังสืออยู่นี่ ก็หนนั้นเลย   สมัยนั้น ไทยวัฒนาพาณิชย์เขาพิมพ์ขาย   มาตอนที่ได้รู้ว่ามี เล่มสอง(เจ้าชายแคสเปียน) และเล่มสาม(ชื่อไรนะ ก็การเดินทางโพ้นทะเลไรนี่แหละ)นี่ ตื่นเต้นมาก   และที่สุดแล้ว ก็สงสัยมากๆ  ว่าเหมือนมันมีมากกว่านี้   ทำไมไม่มีพิมพ์ออกมา

จนหลังๆ มา มีภาษาฝรั่งขาย แพงเลย  จนมีการแปลเป็นไทย ครบทั้ง 7 เล่ม

พอได้อ่านถึงได้ อ๋อ ว่า ทำไม ถึงมีแค่ 3 เล่ม   เพราะเล่มที่เหลือ จะเน้นนำเสนอแนวทางของคริสเตียนแบบสุดๆ ไปเลย  ไม่ได้เป็นลักษณะของแฟนตาซีฟิกชันอะไรแบบนั้นเหมือนเล่มแรกๆ แล้วนั่นเอง  ซึ่งมันก็จะเฉพาะทางไปหน่อยอะนะ

+ There are no comments

Add yours