น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ไทย โพรไบโอติกส์ไซเดอร์ ดื่มดีได้ประโยชน์จากธรรมชาติ


น้ำส้มสายชูหมัก จากผลไม้ไทย ทำจากมะพร้าวน้ำหอม และลิ้นจี่ มีประโยชน์ไม่แพ้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลเลย เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีจุลินทรีย์ตัวดี ช่วยปรับสมดุลให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย
น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ไทย มีคุณประโยชน์ ไม่ต่างจากน้ำส้มสายชูกหมักที่นำเข้าจากต่างประเทศเลย มีความโดดเด่นในแง่ของการเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี ขับถ่ายสะดวก ซึ่งเดี๋ยวนี้การดื่มน้ำส้มสายชูกหมักจากผลไม้ ได้รับความนิยมมากขึ้น และ ถือเป็นการช่วยลดการดื่มน้ำอัดลม ชา และ กาแฟได้ แถมได้ประโยชน์ “โพรไบโอติกส์” (Probiotic) อีกด้วย
น้ำส้มสายชูคืออะไร
การใช้น้ำส้มสายชูนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ใช้เป็นเครื่องปรุงสำคัญของอาหารยุโรป อาหารเอเชีย และตำรับอาหารอื่นๆ มากมาย มีองค์ประกอบหลักคือกรดน้ำส้ม (กรดอะซิติก) โดยจะมีความเข้มข้นของกรดตั้งแต่ 4% ถึง 8% โดยปริมาณ

น้ำส้มสายชูที่มีขายอยู่ตอนนี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะใหญ่ๆ ตามการผลิตคือ น้ำส้มสายชูหมัก น้ำส้มสายชูกลั่น และน้ำสามสายชูเทียม ซึ่งมีกรรมวิธีการผลิตต่างกัน จึงทำให้ประโยชน์ที่มีอยู่ในน้ำส้มสายชูนั้นต่างกัน สำหรับน้ำส้มสายชูที่ใช้ในการผสมเครื่องดื่ม หรือใช้ทำอาหารเพื่อสุขภาพนั้น จะแนะนำเลือกเป็นน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายๆ ด้าน
น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้
น้ำส้มสายชูหมัก เกิดจากการหมักผลไม้ น้ำและจุลินทรีย์เข้าด้วยกัน จนแปรสภาพกลายเป็นกรดน้ำส้ม สีของน้ำส้มสายชูหมักจึงเป็นสีน้ำตาล และมีตะกอนตามธรรมชาติ (Mother) ไม่ต้ม ไม่ผ่านความร้อน หรือกรอง (Raw-Unfiltered) จึงทำให้ยังมีจุลินทรีย์มีชีวิต ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่ หรือที่เราเรียกว่า “โพรไบโอติกส์” (Probiotic) นั่นเอง

น้ำส้มสายชูหมักนั้นสามารถทำได้จากผลไม้แทบทุกชนิดที่มีรสหวาน แต่ที่นิยมและพบมาก ทั่วโลก คือ แอปเปิ้ล ซึ่งในปัจจุบันมีการนำผลไม้ไทยๆ อย่าง ลิ้นจี่ น้ำมะพร้าว มาทำน้ำส้มสายชูหมักได้เช่นกันให้กลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แถมมีประโยชน์ และคุณภาพไม่ต่างจากน้ำส้มสายชูหมักที่นำเข้าจากต่างประเทศเลย
ประโยชน์ดีๆ จากน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ไทย
น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ทั้ง มะพร้าวน้ำหอม และ ลิ้นจี่ มีความโดดเด่นในแง่ของการเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย มีวิตามิน แร่ธาตุ และมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ “โพรไบโอติกส์” (Probiotic) อยู่มาก มีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ช่วยในการขับถ่าย ลด ควบคุมปริมาณเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อโรคต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในระบบย่อยอาหาร เมื่อระบบย่อยดี ไม่มีของเสียคั่งค้างในลำไส้ จึงทำให้สุขภาพโดยรวมของร่างกายดีขึ้น อ่านเพิ่มเติม

+ There are no comments

Add yours