ติดยา หรือ รักษาไม่หาย… เมื่อรับประทานไปแล้วจะมีผลเสียต่อร่างกาย

ความกังวลส่วนหนึ่งของผู้ป่วยที่ได้รับยาทางจิตเวช คือ เมื่อรับประทานไปแล้วจะมีผลเสีย เช่น เกิดอาการข้างเคียงหรือไม่ หรือกลัวว่าจะ “ ติดยา ” เมื่อแพทย์สั่งยาให้รับประทานต่อเนื่องเกินกว่า 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยหลายรายพยายามที่จะหยุดการใช้ยาทันทีที่รู้สึกว่าอาการต่างๆ ดีขึ้น เนื่องจาก มีความรู้สึกว่าต้องการดำเนินชีวิตอยู่โดยไม่ต้องพึ่งยา โดยพยายามหาทางออกอื่นๆ เช่น การออกกำลังกาย, เล่นกีฬา, นั่งสมาธิ, กิจกรรมนันทนาการอื่นๆ หรือ เข้าหาศาสนา รวมถึงการอยู่กับคนที่รัก และเข้าใจ ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าสิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยยาทางจิตเวชก็ยังมีความจำเป็นในผู้ป่วยที่มีอาการ เหล่านี้ คือ อาการกลัว, วิตกจริต ตื่นเต้นง่าย, นอนไม่หลับอย่างต่อเนื่อง, อารมณ์แปรปรวน (ซึมเศร้า หงุดหงิด หรือ ครื้นเครงมากกว่าปกติ) ไปจนถึงอาการผิดปกติทางความคิด เช่น หวาดระแวง, การรับรู้ผิดปกติ เช่น ประสาทหลอน, ความจำเสื่อม, พฤติกรรมผิดปกติ เช่น ย้ำคิดย้ำทำ ซึ่งหากมีอาการรุนแรงมากภายใน 1-2 สัปดาห์ หรือ เรื้อรังเกินกว่า 1-3 เดือน ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการบำบัดรักษาด้วยยาทางจิตเวชอย่างต่อเนื่อง หรือ รับไว้ในโรงพยาบาลในกรณีที่มีภาวะอันตรายต่อตนเอง หรือผู้อื่น

ความกังวลส่วนหนึ่งของผู้ป่วยที่ได้รับยาทางจิตเวช คือ เมื่อรับประทานไปแล้วจะมีผลเสีย เช่น เกิดอาการข้างเคียงหรือไม่ หรือกลัวว่าจะ “ติดยา” เมื่อแพทย์สั่งยาให้รับประทานต่อเนื่องเกินกว่า 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยหลายรายพยายามที่จะหยุดการใช้ยาทันทีที่รู้สึกว่าอาการต่างๆ ดีขึ้น เนื่องจาก มีความรู้สึกว่าต้องการดำเนินชีวิตอยู่โดยไม่ต้องพึ่งยา โดยพยายามหาทางออกอื่นๆ เช่น การออกกำลังกาย, เล่นกีฬา, นั่งสมาธิ, กิจกรรมนันทนาการอื่นๆ หรือ เข้าหาศาสนา รวมถึงการอยู่กับคนที่รัก และเข้าใจ ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าสิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยยาทางจิตเวชก็ยังมีความจำเป็นในผู้ป่วยที่มีอาการ เหล่านี้ คือ อาการกลัว, วิตกจริต ตื่นเต้นง่าย, นอนไม่หลับอย่างต่อเนื่อง, อารมณ์แปรปรวน (ซึมเศร้า หงุดหงิด หรือ ครื้นเครงมากกว่าปกติ) ไปจนถึงอาการผิดปกติทางความคิด เช่น หวาดระแวง, การรับรู้ผิดปกติ เช่น ประสาทหลอน, ความจำเสื่อม, พฤติกรรมผิดปกติ เช่น ย้ำคิดย้ำทำ ซึ่งหากมีอาการรุนแรงมากภายใน 1-2 สัปดาห์ หรือ เรื้อรังเกินกว่า 1-3 เดือน ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการบำบัดรักษาด้วยยาทางจิตเวชอย่างต่อเนื่อง หรือ รับไว้ในโรงพยาบาลในกรณีที่มีภาวะอันตรายต่อตนเอง หรือผู้อื่น

สำหรับยาทางจิตเวชกลุ่มที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน ได้แก่
1. ยากลุ่มเบนโซไดอาเซปีน (Benzodiazepine)
ซึ่งมีฤทธิ์ลดความวิตกกังวล, คลายกล้ามเนื้อ, ป้องกันอาการชักและเป็นยานอนหลับ ยากลุ่มนี้การใช้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์และคำแนะนำของเภสัชกร ไม่ควรใช้ยาต่อเนื่องเกินกว่า 1 เดือน โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะยาที่ออกฤทธิ์สั้นหมดฤทธิ์เร็ว เพราะหากใช้ไปนานๆ ก็จะเกิดอาการ “ติดยา (drug dependence)” ทั้งในความหมายที่เข้าใจกันทั่วไป หรือ ความหมายจริงๆ ในทางการแพทย์ซึ่งหมายถึง อ่านเพิ่มเติม

Previous Post Next Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *