ไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ (เดือนที่ 1-3)


ช่วงนี้จะเกิด การเปลี่ยนแปลงระดับของฮอร์โมน ใน ร่างกาย อย่างเห็นได้ชัด มดลูกจะเริ่มมีการขยายตัวในการสร้างรกและรองรับทารกที่จะมาฝังตัว ร่างกายจะมีการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมากกว่าปกติ และ หลอดเลือด มี การขยายตัวเพิ่มขึ้น เพื่อนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงทารก การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลให้ว่าที่คุณแม่มีอาการที่อาจพบได้บ่อยคือ

พาหะธาลัสซีเมีย

  • เลือดออก – ผู้หญิงที่เริ่มตั้งครรภ์ประมาณ 25% อาจพบอาการเลือดออกเล็กน้อยจากช่องคลอดในช่วงไตรมาสแรก เนื่องมาจากการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูก แต่ปริมาณเลือดจะน้อยกว่าประจำเดือนปกติมาก หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า เลือดล้างหน้าเด็ก แต่หากมีเลือดออกมากผิดปกติ ตะคริว ปวดหรือเจ็บแปลบบริเวณท้องน้อยควรพบแพทย์ เพราะอาจเสี่ยงต่อการแท้งหรือการท้องนอกมดลูก
  • ท้องผูก – ผู้หญิงจะมีระดับฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนที่สูงขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ ทำให้กล้ามเนื้อลำไส้ที่ช่วยในการเคลื่อนตัวของอาหารไปยังลำไส้เล็กทำงานได้ช้าลง อาหารจึงตกค้างในลำไส้นาน มีลักษณะแห้ง ถ่ายออกได้ยาก
  • ตกขาวมามาก – คนตั้งครรภ์มักจะมีตกขาวมากขึ้นกว่าในช่วงปกติจากฮอร์โมนเพศหญิงที่มีสูงในขณะตั้งครรภ์ จึงควรมีการรักษาความสะอาดและเลือกใส่กางเกงชั้นในที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อป้องกันการเกิดแบคทีเรียบริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งตกขาวปกติจะมีลักษณะเป็นเมือกใสหรือขาวขุ่น ไม่มีกลิ่น ในกรณีที่ตกขาวมีสีเปลี่ยนไป มีกลิ่นเหม็นบูดควรพบแพทย์
  • แพ้ท้อง – คลื่นไส้อาเจียนเป็นอาการที่คนตั้งครรภ์พบได้มากถึง 85% อาการแพ้ท้องจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน บางคนอาจเป็นมากน้อยไม่เท่ากัน หรือไม่แพ้เลย
  • น้ำหนักขึ้น – ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์อาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน
  • อาการแสบร้อนทรวงอก – ร่างกายมีระดับฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนที่สูงขึ้นทำให้กล้ามเนื้อหูรูดบริเวณหลอดอาหารคลายตัว ส่งผลให้ปิดกั้นอาหารหรือกรดไม่สนิท จึงอาจเกิดไหลย้อนกลับเข้าไปในหลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก

+ There are no comments

Add yours