ฉีดวัคซีนโควิด-19 ต่างชนิดกันได้หรือไม่?


หลายคนอาจมีคำถามว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกและ เข็มที่สอง ต่างชนิดและต่างยี่ห้อกัน สามารถทำได้หรือไม่ และจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันมากขึ้นหรือจะก่อให้เกิดผลข้างเคียง จริง ๆ แล้วการฉีดวัคซีนต่างชนิดกันไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นวิธีที่นำมาใช้ป้องกัน โรคติดเชื้อนิวโม​คอคคัส (Pneumococcal Disease) ให้มีประสิทธิภาพการป้องกันสูงขึ้น

ทั้งนี้ นักวิจัยหลายประเทศกำลังศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ต่างชนิดกัน ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการวัคซีนแก่ประชาชนในอนาคต เช่น

  • การศึกษา Com-Cov ซึ่งจัดทำโดยระบบบริการ​สุขภาพแห่งชาติ (NHS) สหราชอาณาจักร ซึ่งศึกษาประสิทธิภาพการป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด-19 ในกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จำนวน 820 คนที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ต่างชนิดกัน โดยใช้วัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซเนกาและไฟเซอร์–ไบโอเอ็นเทค ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัย
  • การวิจัยของสำนักงานอาหารและยาในประเทศจีน (NIFDC) ทำการทดลองในหนูแล้วพบว่า การฉีดวัคซีนชนิดไวรัสเป็นพาหะในเข็มแรก ตามด้วยวัคซีนชนิดเชื้อตาย วัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์ซับยูนิต (Recombinant Subunit Vaccine) หรือวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA Vaccine) ทำให้ระดับภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังขาดข้อมูลที่เพียงพอในการยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการฉีดวัคซีนต่างชนิดกันเพื่อป้องกันโควิด-19 จึงจำเป็นต้องรอการศึกษาและวิจัยเพิ่มเติมในอนาคต ศูนย์ป้องกันโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (CDC) จึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนชนิดเดียวกันทั้ง 2 เข็มเพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19

สำหรับการศึกษาวิจัยประเทศไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการวิจัยฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 สลับชนิดกัน โดยใช้วัคซีนจากบริษัทซิโนแวคและแอสตราเซนเนกา เพื่อศึกษาข้อมูลก่อนนำไปใช้จริง

จากข้อมูลในปัจจุบันกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขยังคงแนะนำให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 ชนิดเดียวกับเข็มแรกไปก่อน จนกว่าจะมีผลการศึกษาวิจัยที่แน่ชัดเพิ่มเติม ยกเว้นกรณีที่ไม่สามารถหาวัคซีนชนิดเดิมฉีดได้ หรือมีอาการไม่พึงประสงค์หลังจากวัคซีนชนิดเดิม

+ There are no comments

Add yours