การรักษานกเขาไม่ขัน หรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

การรักษานกเขาไม่ขัน หรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จะขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรง และโรคประจำตัว เช่น หากเป็นโรคทางกาย แพทย์ก็จะรักษาสาเหตุนั้น ๆ แต่หากรักษาแล้วไม่ได้ผลแพทย์ก็จะทำการวินิจฉัยในขั้นต่อไปเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และหาว่าการรักษาหรือการบำบัดชนิดใดที่เหมาะสมกับคนไข้ที่สุด

โดยในปัจจุบัน การรักษานกเขาไม่ขันมีหลากหลายวิธีตามความเหมาะสมและความต้องการของคนไข้แต่ละคน ได้แก่

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

พยายามเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันโดยอาศัยความพยายามและความตั้งใจจริง เพื่อทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น เพราะการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายเป็นตัวบ่งชี้ถึงสุขภาพร่างกาย
ผู้ป่วยที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเกิน ควรหาวิธีเพื่อลดน้ำหนัก เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมอาหาร เพราะปัญหาน้ำหนักตัวเกินเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหานกเขาไม่ขันหรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศในระยะยาวได้
เลิกสูบบุหรี่ ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกฮอล์ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นตัวทำลายสุขภาพ เมื่อสุขภาพร่างกายแย่ลงก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำมาสู่การหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ในที่สุด
หลีกเลี่ยงหรือพยายามลดความเครียด เพราะความเครียด ความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ดังนั้น ควรหาทางลดความเครียด หาสาเหตุที่ทำให้เครียดและพิจารณาดูว่าสามารถแก้ไขได้หรือไม่ หากไม่ได้ก็ควรขอความช่วยเหลือ เช่น เข้ารับขอคำปรึกษาจากนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์
ผู้ที่กำลังใช้ยารักษาโรคที่อาจก่อให้เกิดภาวะนกเขาไม่ขัน เช่น ยารักษาโรคซึมเศร้า (Antidepressants) หรือยาแก้แพ้ (Antihistamines) เมื่อผู้ป่วยที่ใช้ยาดังกล่าวพบว่าตนเองมีภาวะนกเขาไม่ขันอยู่ สามารถปรึกษากับแพทย์ที่ให้การรักษาโรคนั้น ๆ

รักษาด้วยยารับประทาน

ยารักษาและบำบัดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศชาย พีดีอี 5 อินฮิบิเตอร์ (Phosphodiesterase-5 Inhibitors: PDE-5) ได้แก่ ยาซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ยาทาดาลาฟิล (Tadalafil) ยาวาร์เดนาฟิล (Vardenafil) เป็นยาที่ใช้ในการบำบัดผู้ที่มีภาวะนกเขาไม่ขันหรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ยาจะออกฤทธิ์ชั่วคราวในการช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตของอวัยวะเพศชาย

รับประทาน 1 เม็ด ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งพบว่า 2 ใน 3 ของผู้ชายที่ใช้ยานี้มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่ดีขึ้น แต้ต้องมีการเล้าโลมก่อนใช้ยา จึงจะเห็นผลดี

ยากลุ่มนี้ห้ามใช้กับผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Angina) เพราะอาจต้องใช้ยากลุ่มไนเตรท (Nitrate) ในการรักษา และเมื่อต้องใช้ร่วมกับยากลุ่มพีดีอี 5 อินฮิบิเตอร์ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงกับหัวใจและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นผู้ป่วยที่ต้องใช้ยากลุ่มไนเตรทควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน

นอกจากนั้น ควรระมัดระวังการใช้ยา สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงของภาวะองคชาตแข็งค้าง (Priapism)  ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดเมื่ออวัยวะเพศแข็งตัว หรือผู้ที่ใช้ยาแอลฟา-บล็อกเกอร์ (Alpha-blockers) ซึ่งเป็นยาที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว และใช้รักษาได้หลากหลายโรคและอาการ เช่น โรคต่อมลูกหมากโต ความดันโลหิตสูง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้ยากลุ่มพีดีอี 5 อินฮิบิเตอร์

ปวดศีรษะ และไมเกรน
ผิวหนังแดง
อาหารไม่ย่อย
คลื่นไส้และอาเจียน
คัดจมูกหรือมีน้ำมูกไหล
ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ
รบกวนทัศนวิสัยในการมองเห็น

Previous Post Next Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *